เดอะมอลล์ x บิทคับ ประกาศย 3 ยุทธศาสตร์หลัก GLOBALIZATION, DIGITALIZATION และ TOURISM ยกระดับไทยศูนย์กลางการลงทุนและการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชีย

บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด จับมือ บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ผนึกความร่วมมือทั้งภาครัฐและเอกชน จัดงาน “เดอะพินนาเคิล ออฟ พรอสเพอร์ริตี้” (THE PINNACLE OF PROSPERITY) ประกาศความร่วมมือในการรังสรรค์ปรากฎการณ์แห่งเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน ด้วย 3 ยุทธศาสตร์หลัก GLOBALIZATION, DIGITALIZATION และ TOURISM เพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจและยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการลงทุนและการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชีย (HUB OF DIGITAL ASSETS INVESTMENT AND TOURISM IN ASIA)

นางสาวศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ผู้นำและพัฒนาโครงการรีเทลแนวหน้าของประเทศไทย ที่เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก เดอะมอลล์ เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ทุกสาขา สยามพารากอน ดิเอ็มดิสทริค อันประกอบด้วย ดิเอ็มโพเรี่ยม ดิเอ็มควอเทียร์ และดิ เอ็มสเฟียร์ เปิดเผยว่า ยุทธศาสตร์สำคัญยิ่งในการเปิดประเทศเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ หลังเหตุการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และการถดถอยทางเศรษฐกิจทั่วโลก คือการผนึกความร่วมมือทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างยั่งยืน โดยมียุทธศาสตร์ที่สำคัญ คือการมุ่งเน้นไปที่เศรษฐกิจยุค 5.0 และเศรษฐกิจดิจิทัล (DIGITAL ECONOMY) เป็นวาระเร่งด่วน ภายใต้ 3 ยุทธศาสตร์หลัก คือ โลกยุคใหม่ไร้พรมแดน (GLOBALIZATION) การปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล (DIGITALIZATION) และการท่องเที่ยวและการบริการ (TOURISM)

GLOBALIZATION ให้ความสำคัญในการมีพันธมิตรธุรกิจระดับประเทศและระดับโลก ในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระดับประเทศ เพื่อเสริมสร้างรากฐานและ เพิ่มศักยภาพความแข็งแกร่งในการเติบโตของประเทศ ยุทธศาสตร์ที่สำคัญของประเทศไทย คือการยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจ การเงิน การเดินทางและท่องเที่ยว การบินและโลจิสติกส์ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือทั้งจากภาครัฐและเอกชน ในหลายโครงการเช่น โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC), โครงการเส้นทางสายไหม One Belt One Road (OBOR) และโครงการรถไฟความเร็วสูง (HIGH-SPEED TRAIN & AIRPORT LINK) ที่เชื่อมต่อ 3 สนามบิน ดอนเมือง – สุวรรณภูมิ – อู่ตะเภา เข้าไว้ด้วยกัน

DIGITALIZATION องค์กรภาคธุรกิจหลักทุกภาคส่วนต้องมีนวัตกรรมแห่งการเปลี่ยนแปลงให้เป็นโลกแห่งดิจิทัล (DIGITAL TRANSFORMATION) สู่เศรษฐกิจยุค 5.0 อย่างสมบูรณ์แบบ เข้าสู่โลกดิจิทัลแบบไร้ขีดจำกัด และมีระบบนิเวศทางดิจิทัลที่ครบวงจร (DIGITAL ECOSYSTEM) และต้องอาศัยการมี สมาร์ท ดิจิทัล แพลตฟอร์ม (SMART DIGITAL PLATFORM) หรือโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะที่อาศัยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทั้งยังต้อง THE PINNACLE OF PROSPERITY ได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนของทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันระดับทั้งในระดับภูมิภาค และระดับโลก

TOURISM ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ กลยุทธ์ที่สำคัญคือจะต้องรีโพสิชั่นนิ่ง (REPOSITIONING) วางเป้าหมายทางการท่องเที่ยวใหม่ มุ่งเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพเป็นหลัก เช่น กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง กลุ่มนักธุรกิจ นักลงทุนรุ่นใหม่ กลุ่มเศรษฐีใหม่ (NEW WEALTH) จากการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้นภาครัฐต้องผลักดันการฟื้นฟูภาคธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ ตลอดจนผลักดันให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายอันดับหนึ่งของนักท่องเที่ยว เพื่อส่งผลดีต่อบ่วงโซ่ธุรกิจ คือ ธุรกิจ ค้าปลีก เอ็นเตอร์เทนเมนท์ โรงแรม สายการบิน เรือท่องเที่ยวและเรือสำราญ โรงพยาบาล สุขภาพและความงาม ตลอดจนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นสวรรค์ของการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล และการท่องเที่ยว (HEAVEN FOR DIGITAL ASSET INVESTOR & TOURISM)

บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ผู้นำธุรกิจรีเทลระดับโลกที่เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก จึงได้จับมือกับ บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด ผู้นำธุรกิจด้านสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Assets) และเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain Technology) รวมถึงเป็นผู้ให้บริการศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลหรือตลาดซื้อ-ขายคริปโทเคอร์เรนซี ผ่านบริษัทในเครือ คือ บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ซึ่งครองส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุดในประเทศไทยได้ร่วมกันวางกลยุทธ์การขับเคลื่อนการสร้างระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Ecosystem) เพื่อยังผลให้เกิดการโตเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน (Sustainable Digital Economy) ด้วยการผนึกความร่วมมือกับภาครัฐและภาคเอกชน ในภาคอุตสาหกรรมธุรกิจหลักเพื่อให้ประเทศไทยเป็นสวรรค์ของการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล และการท่องเที่ยว (HEAVEN FOR DIGITAL ASSET INVESTMENT &TOURISM)

บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮดดิ้งฯ และบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ปฯ ได้ร่วมทุนจัดตั้ง “บริษัท บิทคับ เอ็ม จำกัด” (Bitkub M Company Limited) ในสัดส่วน 50:50 เพื่อร่วมลงทุนและบริหารบิทคับ เอ็ม โซเชียล ( BITKUB M SOCIAL ) ให้เป็นดิจิทัลคอมมูนิตี้ (Digital Community) แห่งแรกของเมืองไทยที่จะเป็นศูนย์กลางของการแลกเปลี่ยน ความรู้ การจัดสัมมนาและการประชุม ทางด้านเศรษฐกิจดิจิทัล การปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล สนับสนุนในการสร้างองค์ความรู้สำหรับ สตาร์ทอัพ (Startup) และผู้ประกอบการรุ่นใหม่ (Entrepreneur Economy) และเป็นแหล่งพบปะของนักลงทุนที่สนใจในการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ เป็นศูนย์การเทรดและการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Trading & Exchange) รวมทั้งมี NFT Gallery & Gaming และนำเข้าสู่โลกของ METAVERSE ในอนาคต

BITKUB M SOCIAL แห่งนี้ จะเป็นโมเดลสำคัญซึ่งจะมีส่วนช่วยในการส่งเสริมภาคธุรกิจ การลงทุน พัฒนาบุคลากรทางด้านดิจิทัล สร้างงานสร้างอาชีพ เป็นการกระจายรายได้ และลดช่องว่างทางสังคม อันจะเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของชาติ ยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางของสินทรัพย์ดิจิทัลระดับภูมิภาคเอเชีย (HUB OF DIGITAL ASSET IN ASIA)

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการร่วมฉลองเทศกาลแห่งความสุขและปีใหม่ที่กำลังมาถึงนี้ และสร้างบรรยากาศในการจับจ่าย เดอะมอลล์ กรุ๊ป และ บิทคับ ยังได้เปิดมิติใหม่แห่งการช้อปปิ้ง ด้วยการมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าและ
THE PINNACLE OF PROSPERITY

นักท่องเที่ยว ครั้งแรกกับการนำสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Currency) มาแลกสินค้าและบริการ ที่ห้างสรรพสินค้า และศูนย์การค้า ในเครือเดอะมอลล์ กรุ๊ปฯ โดยไม่มีค่าธรรมเนียม และยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ ร้านค้า และคู่ค้า จัดกิจกรรม Happy Treasure Hunt Game ครั้งแรกของโลกกับ NFT (Non Fungible Token) พร้อมรางวัลมากมาย ต้อนรับปี 2022 เพื่อสร้างสีสันและดึงดูดลูกค้าให้ได้เข้ามาใช้บริการในช่วงเทศกาลแห่งความสุขนี้

พร้อมกันนี้ได้เปิดตัวเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจชั้นนำของประเทศ ทั้งทางด้านธุรกิจค้าปลีก เอ็นเตอร์ เทนเม้นท์ ธุรกิจทางด้านการท่องเที่ยว และบริการ ธุรกิจสายการบิน และเรือสำราญ ธุรกิจโรงแรม อาหารและบริการ (Hospitality) ธุรกิจทางด้านศูนย์สุขภาพและความงามรวมถึงโรงพยาบาล ธุรกิจทางด้านอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจยานยนต์ ซุปเปอร์คาร์ และเรือยอร์ชเพื่อการท่องเที่ยว และอื่นๆโดยได้ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สายการบินแอร์เอเซีย, สายการบินบางกอกแอร์เวย์, โรงแรมในเครือดุสิต, เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ (BDMS), โรงพยาบาลเกษมราษฏร์ (BCH), อนันดา พร้อพเพอร์ตี้ และบริษัทฯในเครือ, และมิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป (MGC-Asia) เป็นต้น จัดแคมเปญพิเศษเพื่อต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขในช่วงปีใหม่นี้ ทั้งยังเป็นการสร้างประสบการณ์การใช้สินทรัพย์ดิจิทัล

​นายจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา นักธุรกิจ ผู้ก่อตั้ง บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด กลุ่มธุรกิจ ผู้นำด้านสินทรัพย์ดิจิทัลและเทคโนโลยีบล็อกเชน และดำเนินการตลาดซื้อขายคริปโทฯผ่าน บิทคับ ออนไลน์ ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดมากที่สุดในไทย กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “การเกิดขึ้นของบล็อกเชนที่เป็นเทคโนโลยีเบื้องหลังของคริปโทเคอร์เรนซีและสินทรัพย์ดิจิทัล เปรียบเสมือนการเกิดขึ้นของอินเตอร์เน็ตเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว ที่ทำให้เกิดธุรกิจรูปแบบใหม่ขึ้นรวมถึงสร้างภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจใหม่ในยุคที่ผ่านมา ในยุคนี้นอกจากบล็อกเชนจะมาเปลี่ยนแปลงวงการการเงินแล้วยังสามารถช่วยแปลง ยกระดับ และเพิ่มมูลค่าให้แก่วงการอื่นๆได้ เช่น ในวงการศิลปะและเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ได้มีการทำ NFT (Non-Fungible Token) เพื่อขาย ประมูล งานศิลปะและงานออกแบบทำให้เป็นช่องทางใหม่ในการสร้างรายได้ของเหล่าศิลปินและนักออกแบบจากความคิดสร้างสรรค์ นอกจากนั้นแล้ว NFT ยังเข้ามาเปลี่ยนวงการเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ อย่างที่ทางกลุ่มบิทคับ ได้ร่วมพัฒนา Fans Token ร่วมกับเหล่ายูทูเบอร์ ชั้นนำที่มีผู้ติดตามรวมกว่า 50 ล้านบัญชี อย่าง บี้ เดอะสกา (BIE The SKA) ปลื้ม วีอาร์โซ (Pleum VRZO) เก๋ไก๋ สไลเดอร์ (Kaykai Salaider) คิวเท อ๊ปป้า (Kyute Oppa) และ สไปรท์เดอร์ (SpriteDer SPD) รวมถึงการสร้างปรากฏการณ์ Miss Universe Thailand NFT ร่วมกับทาง TPN GLOBAL ซึ่งถือได้ว่าเป็น Beauty Pageant NFT Collection ครั้งแรกของโลกที่ได้รับการตอบรับเกินความคาดหมาย เนื่องจากเป็นการสร้างเอนเกจเม้นท์ระหว่างแฟนคลับและตัวศิลปินได้เป็นอย่างดี

​และล่าสุด การนำประโยชน์ของเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ร่วมกับวงการค้าปลีกและไลฟ์สไตล์ โดยการร่วมมือกับทางเดอะ มอลล์ กรุ๊ป ในครั้งนี้จะเป็นอีกการพลิกโฉมครั้งสำคัญในการสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้ง ไลฟ์สไตล์ เป็นแห่งแรกๆของโลก เนื่องจากจะมีการผสานทั้งการใช้กระเป๋าคริปโทเคอร์เรนซีในการแลกเปลี่ยนสินค้าได้สะดวกสบายมากขึ้น และการให้โปรโมชั่น สิทธิพิเศษผ่านกลไกของ NFT (Non-Fungible Token) รวมถึงการนำ Gamification มาเพิ่ม Foot traffic ให้กับศูนย์การค้า เช่นการแจก NFT Card ที่มีรางวัลพิเศษเฉพาะ ผู้ที่เข้ามาจับจ่ายใช้สอยที่ศูนย์การค้าหรือห้างสรรพสินค้าเท่านั้นจึงจะได้รางวัลพิเศษนั้นไป ซึ่งของรางวัลบางอย่างอาจถือเป็นประสบการณ์ที่ถึงแม้มีเงินก็ซื้อไม่ได้ เป็นการเชื่อมประสบการณ์ที่ดีระหว่างแบรนด์และ กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ช่วยเพิ่ม
THE PINNACLE OF PROSPERITY หน้า 4

ยอดขายหน้าร้านและยังสามารถผสานสิทธิประโยชน์ระหว่างออนไลน์และออฟไลน์ได้อีกด้วย นอกจากนี้กระแสของโลกที่มีกลุ่มผู้มั่งคั่งและมีกำลังจับจ่ายใช้สอยกลุ่มใหม่ (New Wealth) ที่มีรายได้จากแวดวงเทคโนโลยีกลุ่มใหม่ๆเช่นบล็อกเชนและสินทรัพย์ดิจิทัล หรือผู้ที่สามารถทำงานให้บริษัทเทคโนโลยีใหญ่ๆได้จากทั่วทุกมุมโลก คนเหล่านี้สามารถทำงานที่ไหนก็ได้โดยไม่จำเป็นต้องเข้าสำนักงาน (Digital Nomad) หรือกลุ่มที่เป็นคนๆเดียวแต่มีหลายทักษะและสามารถทำงานให้หลากหลายบริษัทในขณะเดียวกัน (Nano Entrepreneur) คนกลุ่มนี้มีกำลังซื้อมากและนิยมการพักผ่อนในต่างประเทศแบบท่องเที่ยวพักผ่อนไปด้วยทำงานไปด้วย (Workation) และมีการอาศัยในประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นระยะเวลายาวนานกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป (Longer Term Stay) หากประเทศของเรามีโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโล

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Social Media

Most Popular

Get The Latest Updates

Biztalk News : Line Official Account

รู้ทัน ข่าวสาร ด้านเศรษฐกิจ ธุรกิจ การเงิน และการลงทุน ก่อนใคร เพียงสแกน

Categories