นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า กรณีที่ธนาคารพาณิชย์รับเปิดบัญชีเงินฝากให้กับผู้ที่นำเอาบัตรประชาชนผู้อื่นไปใช้ถือเป็นความผิดพลาดที่จะต้องกลับมาทบทวนว่าเกิดจากปัญหาใด เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้มีประกาศที่ระบุว่า สถาบันการเงินจะต้องทำความรู้จักลูกค้า (KYC) ในการเปิดบัญชีเงินฝากใหม่ ซึ่งธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งก็ได้ดำเนินการตามระเบียบดังกล่าวอยู่แล้ว
“ธนาคารต้องกลับมาทบทวนว่าความผิดพลาดเกิดจากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ หรือระบบการทำงาน หากยังปล่อยปละหละหลวมให้เกิดปัญหาขึ้นอีก ธปท.ก็ต้องเข้าไปดูแลกำกับธนาคารพาณิชย์ให้ดำเนินการให้ถูกต้อง” นายอภิศักดิ์ กล่าว
ด้าน นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นเป็นการพยายามปลอมตัวตน โดยใช้บัตรประชาชนของผู้อื่น ซึ่งโดยหลักการแล้วเครื่องอ่านบัตรประชาชน (Smart Card Reader) เป็นเครื่องมือในการตรวจสอบหลักฐานว่าถูกต้องหรือไม่ แต่เครื่องดังกล่าวให้เพียงข้อมูลส่วนตัวพื้นฐานเท่านั้น ไม่ได้บอกว่าเป็นบัตรประชาชนเก่า หรือบัตรประชาชนใหม่ เนื่องจากระบบยังไม่เชื่อมโยงข้อมูลจากกรมการปกครองอย่างสมบูรณ์
อย่างไรก็ดี ยอมรับว่ารู้สึกประหลาดใจที่คนร้ายสามารถหลอกเปิดบัญชีได้ถึง 7 ธนาคาร ซึ่งหากหลอกลวงสำเร็จแค่ 2-3 แห่ง ก็ยังพอคาดเดาได้ว่าเป็นความบกพร่องของบุคลากรธนาคารคนใดคนหนึ่ง แต่เมื่อมีการใช้วิธีเดิมเปิดบัญชีถึง 7 ธนาคาร อาจเพราะคนร้ายละเอียดมาก ซึ่งจะตรวจสอบเชิงลึกว่าเกิดจากสาเหตุใด ส่วนธนาคารก็ได้แจ้งความดำเนินคดีคนร้ายแล้วเช่นกันก็ถือเป็นหนึ่งในผู้เสียหาย” นายปรีดี กล่าว
นายปรีดี กล่าวว่า ได้เพิ่มมาตรการในการเปิดบัญชีธนาคารให้มีขั้นตอนที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งอาจทำให้ความสะดวกสบายในการใช้บริการลดลง โดยประชาชนที่จะเปิดบัญชีต้องเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วน และธนาคารอาจใช้เวลาตรวจสอบเอกสาร รวมทั้งเจ้าหน้าที่ต้องขอให้เปิดหน้า ถอดผ้าปิดปาก อาจสำรวจใบหน้าผู้เปิดบัญชีนานขึ้นเพื่อดูว่าหน้าตรงกับบัตรประชาชนหรือไม่ โดยปัญหาจะหมดไปหากระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านการพิสูจน์ตัวตนของประเทศ หรือเนชั่นแนล ดิจิทัล ไอดี แล้วเสร็จ



