คลัง เตรียมหารือ แบงก์ชาติพรุ่งนี้ วางแนวทางดูแลการลงทุนในเงินดิจิทัล เตือนความเสี่ยงสูง

นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงคลังเตรียมหารือธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในวันที่ 28 ธ.ค.นี้ เพื่อวางแนวทางดูแลความเสี่ยงการลงทุนในเงินดิจิทัล ซึ่งจะเน้นไปที่การให้ความรู้กับนักลงทุนและประชาชนมากขึ้น โดยเฉพาะความเสี่ยงของเงินดิจิทัลนั้น ปัจจุบันยังไม่มีการรับรองในประเทศไทย
หลังจากช่วงที่ผ่านมา มีคนเริ่มเข้าไปลงทุนเก็งกำไรเพิ่มขึ้น แต่ยอมรับว่าส่วนใหญ่ไม่มีความรู้และความเสี่ยงต่างๆในการลงทุนเงินดิจิทัล ซึ่งกระทรวงการคลังดูแลด้านเสถียรภาพ แต่ทั้งนี้เบื้องต้นประเมินว่า ยังไม่ได้มีผลกระทบต่อเสถียรภาพในระบบแต่อย่างใด เพราะมูลค่าการลงทุนดังกล่าวถือว่ายังน้อยมาก
วางแนวทางป้องกันความเสี่ยง
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังจะร่วมประชุมกับ ธปท. ถึงกระแสการลงทุนในเงินดิจิทัลที่มีเพิ่มมากขึ้น เพื่อหาแนวทางในการป้องกัน ไม่ให้เกิดผลกระทบต่อภาพรวมระบบเศรษฐกิจในระยะต่อไป
ขณะนี้ การลงทุนในเงินสกุลดิจิทัลที่เรียกว่าบิทคอยน์นั้น มีความผันผวนมาก ยังไม่มีกฎหมายออกมารองรับการใช้เงินดังกล่าว ดังนั้น จึงเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการลงทุน ทั้งนี้ ได้รับรายงานว่า ขณะนี้ อัตราแลกเปลี่ยนต่อ 1 บิทคอยน์อยู่ที่ประมาณ 6 แสนบาท และมีความผันในแต่ละวันอยู่ที่ประมาณ 30%
“อัตราแลกเปลี่ยนต่อ 1 บิทคอยน์สูงมาก โดยอยู่ที่ 6 แสนบาท จากเมื่อปี 2555 อยู่ที่ประมาณ 3 หมื่นกว่าบาทต่อ 1 บิทคอยน์ เหตุที่ราคาสูงขึ้น เพราะมีการเก็งกำไรกันมาก ขณะที่ จำนวนบิทคอยน์มีการจำกัดปริมาณ”
ชี้ปัจจุบันทำได้แค่เตือน
แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า แนวทางในการดูแลนั้น จะมีหลายแนวทาง บางประเทศจะใช้วิธีการกำกับ โดยการห้ามให้มีการใช้เงินสกุลดังกล่าวเลย บางประเทศสามารถใช้ในการชำระเงินได้ แต่ไม่ถือเป็นสกุลเงิน หรือ บางประเทศไม่ถือเป็นสกุลเงิน แต่ให้ระมัดระวังในการใช้หรือลงทุน
“กรณีของไทยนั้น ขณะนี้ กระทรวงการคลังได้ทำหน้าที่เพียงเตือนให้ระมัดระวัง เพราะแบงก์ชาติยังไม่รองรับ อย่างไรก็ตาม คงต้องรอฟังผลการหารือร่วมระหว่างคลังกับแบงก์ชาติในเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง”
แหล่งข่าวจากสถาบันการเงิน กล่าวว่า ค่าความผันผวนจาก Standard deviation ของผลตอบแทนรายวัน ในช่วง 30 วัน(30-Day Volatility) ของบิทคอยน์ ถือว่ามีความผันผวนสูงมาก โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 7-8% สะท้อนว่ามีโอกาสที่จะกำไรหรือขาดทุนได้ราว 7-8% เทียบกับการลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ
แบงก์ชาติอิสราเอลเล็งออกเงินดิจิทัล
แหล่งข่าวในกระทรวงคลังอิสราเอเปิดเผยกับสำนักข่าวต่างประเทศว่า ธนาคารกลางอิสราเอลกำลังพิจารณาเรื่องสกุลเงินดิจิทัล เพื่อสร้างระบบการชำระเงินที่รวดเร็วขึ้น รวมทั้งลดปริมาณเงินสดในระบบ โดยสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลางอิสราเอลจะมีลักษณะรวมศูนย์ มีความปลอดภัย และอยู่ภายใต้กฎหมายฟอกเงิน ซึ่งแตกต่างจากบิทคอยน์และสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ ซึ่งไม่มีหน่วยงานใดควบคุม และมีมูลค่าผันผวนอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุว่า ธนาคารกลางอิสราเอลยังไม่ได้ตัดสินใจในประเด็นการออกสกุลเงินดิจิทัลแต่อย่างใด
ปัจจุบัน ตลาดมืดของอิสราเอลมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 22% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของอิสราเอล ซึ่งมีการนำเงินดิจิทัลไปลงทะเบียนกับรัฐบาล จะทำให้ธุรกรรมในตลาดมืดเป็นไปได้น้อยที่สุด
นอกจากนี้ แหล่งข่าวเผยว่า รัฐบาลอิสราเอลกำลังพิจารณากฎหมายที่จะช่วยลดปริมาณเงินสดในระบบเศรษฐกิจ

Related Posts

Scroll to Top