ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม เดือน มิ.ย. 61 อยู่ในระดับ 91.7 สูงสุดในรอบ 42 เดือน

สภาอุตสาหกรรมเผยดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม เดือน มิ.ย. 61 อยู่ในระดับ 91.7 สูงสุดในรอบ 42 เดือน หลังกลุ่มอาหาร เสื้อผ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้า ได้รับอานิสงค์บอลโลกสภาอุตสาหกรรมเผยดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม เดือน มิ.ย. 61 อยู่ในระดับ 91.7 สูงสุดในรอบ 42 เดือน หลังกลุ่มอาหาร เสื้อผ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้า ได้รับอานิสงค์บอลโลก

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนมิ.ย.61 อยู่ที่ระดับ 91.7 เพิ่มขึ้นจากระดับ 90.2 ในเดือนพ.ค.61 โดยค่าดัชนีฯ สูงสุดในรอบ 42 เดือนนับตั้งแต่เดือนม.ค.58 ทั้งนี้ ค่าดัชนีฯ ที่เพิ่มขึ้นเกิดจากองค์ประกอบยอดคำสั่งซื้อโดยรวม ยอดขายโดยรวม ปริมาณการผลิต และผลประกอบการ โดยความเชื่อมั่นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาจากผู้ประกอบการอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่อยู่ในภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สะท้อนว่าผู้ประกอบการมองภาพรวมของเศรษฐกิจภายในประเทศว่ายังมีการขยายตัวต่อเนื่อง อีกทั้งยังได้รับผลดีจากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายในช่วงการแข่งขันบอลโลก 2018 ในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องนุ่งห่ม และเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น ขณะเดียวกัน การฟื้นตัวต่อเนื่องของเศรษฐกิจโลกส่งผลดีต่อการส่งออกของไทย สะท้อนจากดัชนียอดคำสั่งซื้อ และยอดขายจากต่างประเทศที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า อยู่ระดับ 102.7 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 101.6 ในเดือนพฤษภาคม จากปัจจัยด้านการลงทุนของภาครัฐ และการส่งออกที่ขยายตัวต่อเนื่อง แต่ยังมีความกังวลต่อมาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศ และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นทำให้กระทบต่อต้นทุนประกอบการ
ขณะเดียวกันผู้ประกอบการยังมีความกังวลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจที่ยังไม่ครอบคลุมทุกภูมิภาค ตลอดจนราคาน้ำมันที่มีความผันผวน และปัญหาการแข่งขันด้านราคา ผลกระทบจากสงครามการค้า พร้อมทั้งเสนอให้ภาครัฐเร่งเบิกจ่ายงบประมาณในโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในส่วนภูมิภาค ซึ่งจะมีส่วนสำคัญต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาค รวมทั้งส่งเสริมการใช้สินค้าที่ผลิตและใช้วัตถุดิบในประเทศ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมขนาดย่อม ซึ่งเป็นผู้ผลิตต้นน้ำให้กับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดใหญ่

ประธานสภาอุตสาหกรรม กล่าวว่า สำหรับผลกระทบจากปัญหาสงครามการค้านั้น ถือเป็นโอกาสดีที่จะผลักดันแนวคิดการใช้สินค้าที่ผลิตในประเทศไทย (เมดอินไทยแลนด์) ให้เป็นวาระแห่งชาติ โดยเฉพาะการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐที่จะมีส่วนช่วยสนับสนุนและผลักดันภาคอุตสาหกรรมในประเทศให้ขยายตัวเติบโตต่อไปได้000000

Related Posts

Scroll to Top