คงต้องทำบุญครั้งใหญ่ สำหรับรถไฟฟ้าบีทีเอส ที่ตั้งแต่ต้นปีมานี้ เกิดปัญหาระบบขัดข้องไม่เว้นแต่ละเดือน โดยเฉพาะเดือนนี้ (มิ.ย.61) ที่ขัดข้องไปแล้วถึง 9 ครั้ง นี่เฉพาะระบบที่เกี่ยวข้องกับการเดินรถเท่านั้น ไม่รวมประตู บันไดเลื่อน หรือ ระบบเครือข่ายโทรศัพท์ภายในสถานีที่ขัดข้อง … เราจะลองแยกแยะปัญหาดูว่า สาเหตุมาจากอะไรบ้าง???
แน่นอนว่าการขัดข้องแต่ละครั้งของรถไฟฟ้าบีทีเอส มีสาเหตุมาจากปัจจัยที่แตกต่างกัน เบสิคที่สุดก็คงเป็นเรื่องของความผิดพลาดจากการใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็นการทำของตกราง , เผลอไปกดปุ่มหยุดรถฉุกเฉิน ฯลฯ
แต่ที่บ่อยที่สุดในช่วงปีนี้ ก็คือ ปัญหาที่เกิดขึ้นกับระบบอาณัติสัญญาณขัดข้อง โดยแต่ละครั้งก็จะเกิดขึ้นในสถานีที่แตกต่างกัน แล้วก็ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ลามไปทุกสถานี ทำให้ผู้โดยสารต้องหัวร้อนเพราะต้องผิดนัดหมาย ทำงานสาย เป็นชั่วโมง ทั้งที่คาดหวังว่าการเดินทางด้วยบีทีเอส เป็นระบบการเดินทางที่ตรงต่อเวลา ไป-มา สะดวกสบาย แต่ถ้าเสียเมื่อไหร่ มันอันต้องสายทุกที
และปัญหาขัดข้องครั้งล่าสุด (25 มิ.ย. 61) ที่เกิดขึ้นถึง 2 ครั้ง ทั้งช่วงเวลาเร่งด่วนเช้า และ เย็น ผู้บริหารบีทีเอส ดร.อาณัติ อาภาภิรมย์ ชี้แจงว่า เป็นเพราะระบบอาณัติสัญญาณถูกคลื่นความถี่สื่อสารรบกวน ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการเดินรถ จึงจำเป็นต้องมีการปรับระบบจากเดินรถอัตโนมัติ มาเป็นการเดินรถแบบควบคุมโดยพนักงาน หรือ ระบบ Manual
คำถามต่อมาก็คือ รถไฟฟ้าบีทีเอส ได้ถูกคลื่นความถี่วิทยุสื่อสารรบกวนได้อย่างไร??
จากการสืบค้นข้อมูลพบว่า ระบบควบคุมการเดินรถของรถไฟฟ้าทั้ง บีทีเอส , เอ็มอาร์ที และ แอร์พอร์ตเรล ลิ้งค์ นั้น จะใช้ระบบแบบ CBTC หรือ Communication Based Train Control ซึ่งเป็นการสื่อสารกันระหว่างศูนย์ควบคุมการเดินรถ และรถไฟ ผ่านคลื่นความถี่ 2.4 GHz (เช่น WiFi) หรือ 5 GHz หรืออาจจะไปใช้เครือข่าย GSM-R ไปเลย ซึ่งรถไฟความเร็วสูงมักจะเลือกใช้ความถี่ GSM-R และเมื่อขบวนรถไฟ มีการเชื่อมต่อกับระบบผ่าน WIFI Intelligent Access Point ที่ติดตั้งอยู่ตามเส้นทาง ก็จะทำให้ศูนย์ควบคุมการเดินรถสามารถติดตามและควบคุมการเคลื่อนที่ของรถไฟได้อย่างปลอดภัย
แต่เมื่อเกิดปัญหา “คลื่นรบกวน” ส่งผลให้ขบวนรถไม่สามารถเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบควบคุมการเดินรถได้ ซึ่งสาเหตุอาจเป็นเพราะมีผู้ใช้งานเครือข่ายนั้นๆ เยอะเกินไป จนทำให้ไม่สามารถเชื่อมต่อได้ หรือเกิดจาก “คลื่นรบกวน” จาก WIFI เครือข่ายอื่นๆ ทำให้การเชื่อมต่อไม่เสถียร และหลุดการเชื่อมต่อไป ซึ่งเหตุที่เกิดกับรถไฟฟ้า BTS นั้นก็เกิดจากคลื่นรบกวนแบบนี้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะในเส้นทางของรถไฟฟ้า BTS ที่ผ่านอาคารสำนักงานใจกลางเมืองมากมาย และในแต่ละอาคารก็มีการใช้งานเครือข่าย WIFI เช่นเดียวกัน
และเมื่อคอมพิวเตอร์ควบคุมการเดินรถที่ติดตั้งไว้บนรถไฟไม่สามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายได้ ขณะที่ยังอยู่ในเส้นทาง หรือเชื่อมต่อได้แต่ไม่เสถียร ก็จะทำให้รถไฟขบวนนั้นหายไปจากระบบติดตามและควบคุมการเดินรถ ส่งผลต่อความปลอดภัยในการเดินรถและเสี่ยงอันตราย ดังนั้นจึงจำเป็นต้องปรับระบบโดยสั่งการให้รถไฟขบวนอื่นๆ ที่มีการเดินรถเข้าหารถไฟขบวนที่หายไปจากระบบนั้น หยุดการเดินรถทั้งหมด เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการเคลื่อนที่ชนกัน และขณะนี้บีทีเอสก็อยู่ระหว่างการอัพเกรดระบบให้สามารถป้องกัน “คลื่นรบกวน” ให้มากยิ่งขึ้น
“แล้วรถไฟฟ้าที่เป็นระบบขนส่งมวลชนที่ต้องให้บริการประชาชนจำนวนมาก จะสามารถใช้คลื่นความถี่อื่นที่เป็นความถี่เฉพาะได้หรือไม่ ???”
เราได้สอบถามไปยังรองเลขาธิการ กสทช. นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร ได้ข้อมูลเบื้องต้นมาว่า คลื่นความถี่ 2.4GHz เป็นคลื่นความถี่ที่เปิดให้ใช้งานได้อย่างเป็นสาธารณะ นั่นหมายความว่าใคร ๆ ก็สามารถเชื่อมต่อใช้คลื่นความถี่นี้ได้ แต่หากระบบขนส่งมวลชน ไม่ต้องการให้เกิดปัญหาคลื่นก่อกวน ก็สามารถไปขอใช้คลื่นความถี่เฉพาะ เพื่อหลีกเลี่ยงการรบกวนได้ ซึ่งการทำโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทยเรา ก็ได้มีการขอใช้คลื่นความถี่เฉพาะเพื่อการควบคุมระบบอาณัติสัญญาณแล้ว
นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่ต้องติดตาม เพราะล่าสุดมีม้าเร็วรายงานมาว่า ปัญหาคลื่นรบกวน ที่เกิดกับรถไฟฟ้าบีทีเอสนั้น อาจมาจากการใช้เทคโนโลยีขยายความแรงของสัญญาณสื่อสารช่วงปลายคลื่น 2300 MHz ของค่ายมือถือ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการรบกวนของคลื่นที่รถไฟฟ้าบีทีเอสใช้อยู่นั่นก็คือ คลื่น 2.4 GHz นั่นเอง ยังไม่รวมกับปริมาณการใช้คลื่น 2.4 GHz พร้อมๆ กันในช่วงเวลาเร่งด่วน ส่วนข้อเท็จจริงเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร เดี๋ยวพรุ่งนี้จะเก็บรายละเอียดมาเล่าให้ฟังค่ะ
โดย ชมพูนุช ภัทรขจี



