โดยราคาน้ำมันเฉลี่ยรายสัปดาห์ลดลงทุกชนิด โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ลดลง 0.46 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล อยู่ที่ 64.95 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันดิบเวสท์เท็กซัสฯ (WTI) ลดลง 0.46 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล อยู่ที่ 61.70 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบดูไบ (Dubai) ลดลง 1.35 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล อยู่ที่ 61.21เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันเบนซินออกเทน 95 ลดลง 1.38 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล อยู่ที่ 75.43 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และน้ำมันดีเซล ลดลง 1.62 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล อยู่ที่ 76.18 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ขณะที่แนวโน้มราคาน้ำมันดิบให้จับตามองการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของสหรัฐฯ (FOMC) ในวันที่ 20-21 มี.ค. 61 ซึ่งนักลงทุนคาดว่าประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ คนใหม่ นาย Jerome Powell จะเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งแรกในปีนี้ เพื่อลดความร้อนแรงทางเศรษฐกิจ และการประชุมกลุ่ม OPEC ในเดือน มิ.ย. 61 ซึ่งรัฐมนตรีกระทรวงน้ำมันอิหร่าน นาย Bijan Zanganeh เห็นว่าควรเริ่มวางแผนกลยุทธ์ เพื่อหยุดความร่วมมือในการลดปริมาณการผลิตน้ำมันดิบ (Exit Strategy) ที่จะสิ้นสุดในปี พ.ศ. 2561 นี้ ปัจจุบันอิหร่านผลิตอยู่ที่ 3.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน ตามโควตาที่ตกลงกับกลุ่ม OPEC แม้จะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้อีก 100,000 บาร์เรลต่อวัน ก็ตาม ทางด้านเทคนิคในสัปดาห์นี้คาดว่าราคาน้ำมันดิบ ICE Brent จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 63.0-68.0 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และน้ำมันดิบ NYMEX WTI อยู่ในกรอบ 59.5-64.0 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันดิบ Dubai จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 59.0-64.0 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ทั้งนี้คาดว่าสัปดาห์นี้ราคาน้ำมันเบนซินจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 73.0-78.0 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซล จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 73.5-78.5 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล



