พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) รักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง. เปิดเผยว่า ในวันที่ 12 ม.ค.นี้ ปปง.ได้เชิญตัวแทนสถาบันการเงิน 36 แห่ง ร่วมหารือถึงมาตรการป้องกันการสวมสิทธิบัตรประชาชนผู้อื่นเปิดบัญชีของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และสอบถามถึงปัญหาการสวมสิทธิไปเปิดบัญชีที่เกิดขึ้น
นายรณดล นุ่มนนท์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับรายงานจากธนาคารพาณิชย์แล้ว และผู้ตรวจสอบ ธปท.กำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงอยู่ โดย ปปง.ร่วมกับแบงก์ชาติตรวจสอบร่วมกันอีกชั้นหนึ่ง ขอให้ชมรมตรวจสอบธนาคารพาณิชย์หารือร่วมกันเพื่อป้องกันมิให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก รวมทั้งแลกเปลี่ยนข้อมูลกันมากขึ้น เพื่อไม่ให้สร้างความเสียหายในวงกว้าง
นายลือชัย ชัยปริญญา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานเครือข่ายธุรกิจขนาดเล็กและรายย่อย ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ธนาคารพร้อมรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับลูกค้า
ทั้งนี้ กฎหมายฟอกเงินกำหนดให้สถาบันการเงินจะต้องรู้จักลูกค้าและการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า ซึ่งเป็นมาตรการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายที่ ที่ต้องมีการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง



