มือถือจีนเปลี่ยนไป… เมื่อมังกรลอกคราบ

ผมตั้งคำถามขึ้นเล่นๆว่า… คุณสมบัติของโทรศัพท์ที่คนทั่วไปอย่างเราๆใช้ในชีวิตจริงๆมันมีอะไรบ้าง?

โทรออก-รับสาย ตอบไลน์ เล่นเฟส ดูยูทูป ถ่ายรูปโซเชียล ฟังเพลง เล่นเกมบ้าง ส่วนใหญก็ไมน่าจะเหนือจากนี้เท่าไรนัก

ก็เลยไปนั่งไล่เรียงดูราคาโทรศัพท์ ปรากฏว่าราคาสมาร์ทโฟนมีตั้งแต่ไม่กี่ร้อยบาท จนไปถึงรุ่นทอปพิมพ์นิยมที่ราคา 46,500 บาท ซึ่งถือเป็นราคาที่สูงมากสำหรับมนุษย์เงินเดือนส่วนใหญ

จึงขยับมาดูตัวราคากลางๆ พอจับต้องได้แบบไม่ต้องเป็นหนี้เป็นสิน ซึ่งสังเกตได้อย่างหนึ่งว่า ในตลาดมือถือบ้านเราราคาหมื่นต้นๆ สเปคพอใช้งานลื่นไหล จะพบว่าเป็นแบรนด์จีนเสียส่วนใหญ่
แต่เมื่อพูดถึงมือถือแบรนด์จีนภาพในใจของคุณเป็นอย่างไร?

เล่นใหญ่ชนค่ายยักษ์

เลยย้อนกลับไปอ่านข่าวเก่าๆ ทำไมเราถึงเห็นอุปกรณ์ไฮเทคจากแบรนด์จีนในตลาดเยอะขึ้นทำไมได้รับการยอมรับมากกว่าในอดีต ทำไมคนถึงเลือกใช้มากกว่าในอดีตหลายเท่าตัว.. ต้นตอคำตอบคือ การสนับสนุนจากรัฐบาลจีน ภายใต้แผน ปรับภาพลักษณ์ “Made in China” ที่แต่ก่อนหลายๆคนร้อง ยี้!! ไม่เอาของจีน แต่หลังจากการประกาศว่าจะเป็นผู้นำด้านดิจิทัลของจีน บริษัทไอทีของจีนก็เล่นใหญ่ขนมาชนค่ายยักษ์ได้สบายๆ

Baidu = Google , Alibaba = Ebay , WeChat = Line , Weibo = Facebook , Youku = Youtube

อะไรที่ชาวบ้านมี พี่จีนมีของตัวเองครบ!! เมื่อเงินไม่ถูกดูดออกก็หมุนเวียนอยู่ในประเทศ


หาพันธมิตรมาร่วมฟาดฟัน

กลับมาที่เรื่องของค่ายมือถือเราก็จะเห็นกันทั้ง Huawei , Oppo , Vivo , XiaoMi เรียกได้ว่าเพียบ เริ่มดูกันที่ยักษ์ใหญ่อย่างหัวเหว่ยก่อนแล้วกัน เทคโนโลยีก็ขนมาเต็ม แต่ที่ประสบความสำเร็จคือการยกระดับแบรนด์ของตัวเอง ด้วยการดึงชื่อพันธมิตรมาอัพเกรดตัวเองได้เฉียบมาก

คุณสมบัติยอดฮิตในปัจจุบันก็ต้องโดดเด่นเรื่องกล้อง ก็ไช้เลนส์ จาก ไลก้า(Leica) มาเป็นส่วนหนึ่งของเครื่อง

แล้วไลก้า ว้าวกว่ากล้องทั่วๆไปอย่างไร ง่ายๆคือถ้าเป็นกล้องราคาเริ่มต้นก็ตัวละเป็นแสนบาท เมื่อคนเล่นกล้องไม่ได้ มาอยู่ในมือถือเครื่องสองหมื่นปลาย ถึงสามหมื่นต้นที่พอจับต้องได้ อีกหนึ่งอย่างคือการออกแบบโดย Porsche ก็ถือเป็นหมากตัวสำคัญของหัวเหว่ยที่น่าคิด

ชูจุดเด่น และทุ่มงบได้ตรงใจ

ออปโป้ ที่แรกๆเปิดตัวมาหลายๆคนเข้าใจว่าเป็นแบรนด์เกาหลี ความจริงมาจากจีนนะ
เอาเป็นว่าเข้าเรื่องเลยตัวออปโป้ เป็นแบรนด์ที่มียอดขายสูงสุดในจีน ในปี 2017 ขายไป 78.4 ล้านเครื่อง แถมปี 2018 ไตรมาสแรกก็ขายไปอีก 18.5 ล้านเครื่อง ยอดขายมาจากกลยุทธ์ที่ชูตัวเองเป็น “สุดยอดของการเซลฟี่” มี Ai (ปัญญาประดิษฐ์) ให้หน้าเนียนสวยถูกจริตคน แถมราคากลางๆ บวกกับมีหน้าร้านเยอะเข้าถึงได้ง่ายมากในจีน

ยิ่งในประเทศไทยออปโป้ก็ถือว่าเป็นแบรนด์ที่ใช้พรีเซนเตอร์และทำคอนเซปโฆษณาถูกจุด จัดเต็มชุดใหญ่ไฟกะพริบ ด้วยเจมส์จิ , ณเดช , ญาญ่า แม้จะใช้งบเยอะแต่เป็นซุปตาร์ตัวแม่เหล็กที่ช่วยให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ตรงเป้า

นวัตกรรมล้ำ กับราคาตรงกลุ่ม


วีโว่เป็นอีกแบรนด์จีนที่มาแรงแซงโค้ง ด้วยการจัดเต็มนวัตกรรมมาตลอดทุกรุ่น ล่าสุดก็แสกนนิ้วผ่านหน้าจอ(ไม่ต้องมีปุ่มแล้วนะ) ล้ำไปอีก ซึ่งแบรนด์ทอปๆยังทำไม่ได้นะ หรือจะเป็นเอาใจสายฟังเพลง หูทิพย์ หูเทพ จัดชิปเสียง Hi-Fi มาให้เสียงเนียนใสกริ๊ง! พร้อมสเปคจัดเต็ม

โดยปรับกลุ่มเป้าหมายจากคนทำงาน มาเป็นวัยรุ่น ด้วยราคากลางๆ ก็ถือว่าระดับราคากับสเปคที่ให้ ตรงกับเป้าหมายที่พร้อมจะควักเงินจ่าย จึงเป็นอีกแบรนด์ที่น่าจับตามอง


ฉีกแนวไม่ง้อพรีเซนเตอร์ ชูถูกและดีมีอยู่จริง


แบรนด์ข้างต้นคงคุ้นเคยกันดี แต่อีกหนึ่งแบรนด์ที่หลังๆเราเริ่มเห็นออฟฟิเชียลชอปตามห้างสรรพสินค้ากันบ้างแล้ว กับ Xiao Mi เสี่ยวมี่ ที่นวัตกรรมใครมีอะไรมีเหมือนกัน เหมือนระดับเรือธงด้วย บางที่ให้สเปคสูงกว่า แต่ราคาถูกกว่ามาก
การชูจุดเด่นที่ชัดทั้งเรื่องสเปค และราคา ก็ส่งให้เสี่ยวมี่ ไปประสบความสำเร็จ ยอดขายอันดับ 1 ในอินเดีย และเน้นไปตลาดใหม่ที่ต้องการเทคโนโลยีอย่าง รัสเซีย อินโดยนีเซีย ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่มหาศาลจนทำให้ ยอดขายพุ่งไป 92 ล้านเครื่องในปี 2017 แซงหน้าทุกแบรนด์

ด้านเหตุผลที่ไอทีจากแดนมังกรเปลี่ยนไป ก็ด้วยแต่ก่อนทุกที่จ้างจีนผลิต จนวันหนึ่งสะสมนวัตกรรมมากพอ เรียนรู้แล้วพัฒนามันให้ไกลกว่าที่เคย อย่างการจดสิทธิบัตรโลก จีนก็ขึ้นเป็นผู้นำโลกด้วยการขอทั้งสิ้น 4,123 รายการ
แล้วตอนนี้คุณยังมองแบรนด์จีนเหมือนเดิมอยู่หรือไม่? (ที่เกริ่นมาตอนต้นเอิทยังไม่เปลี่ยนมือถือนะ ฮ่าๆ)

โดย กมลธร โกมารทัต

Related Posts

Scroll to Top