นายสาทร โตโพธิ์ไทย ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.) เปิดเผยว่า พระราชบัญญัติสถาบันคุ้มครองเงินฝาก (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 ได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 13 ธ.ค. 2560 โดยมีสาระที่สำคัญ ได้แก่ เรื่องการจ่ายเงินคืนให้กับผู้ฝากเงินให้เร็วที่สุด โดยกฎหมายใหม่จะจ่ายคืนให้ภายใน 30 วัน หลังสถาบันการเงินถูกปิด โดยที่ผู้ฝากเงินไม่ต้องยื่นคำขอคืนเหมือนกฎหมายเดิม
นอกจากนี้ การจ่ายเงินคืนให้กับผู้ฝากเงิน กรณีที่มีหนี้สินอยู่ก็จะหักเฉพาะหนี้ที่มีจำนวนแน่นอนเท่านั้น เช่น ผู้ฝากเงินมีเงินฝาก 1 ล้านบาท และมีหนี้บ้านอยู่ 1 ล้านบาท แต่มีภาระที่จะต้องผ่อนชำระหลังที่สถาบันการเงินถูกปิด 1-2 หมื่นบาท สคฝ.ก็จะนำเงินฝากมาหักหนี้เฉพาะที่จะต้องผ่อนชำระในงวดนั้นเท่านั้น และนำเงินที่เหลือ 9 แสนกว่าบาท ส่งคืนผู้ฝากเงิน
ขณะเดียวกัน กฎหมายใหม่ยังเพิ่มความชัดเจนในการกำหนดให้ สคฝ.สามารถกู้ยืมเงิน นอกเหนือจากการออกตราสารทางการเงินที่สามารถทำได้อยู่แล้วตามกฎหมายเดิม เพื่อประโยชน์ในการจ่ายคืนให้กับผู้ฝากเงิน
รวมถึงการเพิ่มอำนาจให้คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินและ สคฝ.สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน ซึ่งจากเดิมไม่ได้กำหนด และกำหนดให้สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทย เพื่อประโยชน์ในการชำระบัญชี
ทั้งนี้ วงเงินการคุ้มครองเงินฝากปัจจุบันอยู่ที่ 15 ล้านบาท จนถึงวันที่ 10 ส.ค. 2561 และเป็น 10 ล้านบาท จนถึงวันที่ 10 ส.ค. 2561 และเป็น 5 ล้านบาท จนถึงวันที่ 10 ส.ค. 2563 หลังจากนั้นจะลดการคุ้มครองเหลือ 1 ล้านบาทต่อชื่อบัญชีต่อธนาคาร
นายสาทร กล่าวว่า ปัจจุบัน สคฝ.มีเงินกองทุนอยู่ 1.19 แสนล้านบาท ลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยสูงสุด คือ การลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ปัจจุบัน สคฝ.ได้รับเงินสมทบจาก สถาบันการเงินปีละ 0.01% ของยอดเงินฝาก



