นายสมชาย พรรัตน์เจริญ นายกสมาคมค้าส่งปลีกไทยกล่าวว่า อัตราค่าจ้างแรงงานที่ปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5-22 บาทของแต่ละจังหวัดนั้น โดยส่วนตัวพอรับอัตราดังกล่าวได้ แม้ว่าทำให้ต้นทุนของร้านค้าปลีกขนาดเล็กและขนาดกลางไม่ได้รับผลกระทบมากนัก แต่ก็ถือว่าเป็นต้นทุนที่ผู้ประกอบการต้องแบกรับ แต่ผลกระทบต่อต้นทุนของผู้ค้าปลีกรายใหญ่ที่มีพนักงานนับเป็น 1,000 คนขึ้นไปกระทบมากแน่นอน ดังนั้น จะทำให้การแข่งขันประเภทลดแลกแจกแถมของผู้ประกอบการค้าปลีกรายใหญ่ที่มีการแข่งขันสูงจะน้อยลง
อย่างไรก็ตาม ในแง่ของราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคจากอัตราแรงงานที่ปรับเพิ่มขึ้นนี้ คงต้องอยู่กับผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่แต่ละรายว่าจะบริหารจัดการกันอย่างไร เพราะหากสินค้าจากต้นทางไม่มีการปรับราคาสินค้าขึ้น ผู้ค้าปลีกขนาดกลางและขนาดเล็กก็จะไม่มีการปรับเพิ่มขึ้นของสินค้าแต่อย่างใด แต่ด้วยสภาพการค้าในปัจจุบันเปิดเสรีตามกรอบการค้ากับหลายประเทศทำให้สินค้าจากต่างประเทศเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยมากขึ้นกว่าอดีตที่ผ่านมา ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น จึงคิดว่าหน่วยงานภาครัฐไม่ควรที่จะเข้ามาควบคุมสินค้าโดยควรใช้กลไกตลาดเป็นตัวควบคุมแทน และหันมาสนับสนุนและส่งเสริมให้มีการผลิตสินค้าอย่างมีคุณภาพเพิ่มมากขึ้น



