เปิดฉากมหกรรมการเงิน ครั้งที่ 18

มหกรรมการเงินครั้งที่ 18 Money Expo 2018 เปิดฉากแล้ววันนี้ ขนโปรโมชั่นจัดเต็มงานทั้งสินเชื่อบ้านดอกเบี้ย 0 % 1 ปี สินเชื่อบ้านผู้สูงอายุ ดอกเบี้ย 0% 2 ปี เงินฝากดอกเบี้ยสูง 4% และสินเชื่อเอสเอ็มอี ดอกเบี้ย 1 % ซื้อวันที่ 10-13 พ.ค.นี้ ที่ชาเลนเจอร์ 2-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

เช้าวันนี้ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานเปิดงานมหกรรมการเงิน ครั้งที่ 18 Money Expo 2018 ที่ วารสารการเงินธนาคาร จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-13 พฤษภาคม 2561 ที่อาคารชาเลนเจอร์ 2-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด ?Wealth Transformation มิติใหม่แห่งความมั่งคั่ง? งานในปีนี้ มีธนาคาร บริษัทการเงิน (นอนแบงก์) บริษัทประกัน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) บริษัทรถยนต์ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมงานกว่า 260 แห่ง นำบริการทางการเงิน และการลงทุนครบวงจร พร้อมด้วยแคมเปญโปรโมชั่นพิเศษมาแข่งขันกันอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ตลอด 17 ปี ที่ผ่านมาสามารถสร้างยอดธุรกรรมเกิดขึ้นในงานเป็นมูลค่าถึงกว่า 1.8 ล้านล้านบาท จากผู้เข้าชมงานกว่า 15 ล้านคน โดยเฉพาะในงาน Money Expo 2017 มียอดธุรกรรมรวม กว่า 116,300 ล้านบาท ซึ่งในปีนี้ก็คาดว่าน่าจะมียอดธุรกรรมใกล้เคียงกัน

โดยแคมเปญเด่นภายในงาน Money Expo 2018 ได้แก่ สินเชื่อบ้าน อัตราดอกเบี้ย 0% นาน 1 ปี, สินเชื่อบ้านผู้สูงอายุ (Reverse Mortgage) อัตราดอกเบี้ย 0% นาน 2 ปี, เงินฝากอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 4% ต่อปี, เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษผู้สูงวัย 24 เดือน อัตราดอกเบี้ย 1.875% ต่อปี, สินเชื่อเอสเอ็มอี อัตราดอกเบี้ย 1% ต่อปี, ผ่อนรถจักรยานยนต์ ผ่อนทอง ผ่อนมือถือ อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% ต่อปี รวมทั้งผลิตภัณฑ์การลงทุนอีกมากมาย

โดยรองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าหลังจาก 2 ปีที่ผ่านมา รัฐได้เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เพื่อการก้าวสู่ประเทศไทย 4.0 แต่พบว่า ประชาชนยังติดอยู่กับระบบอนาล็อก ซึ่งหากไม่ปรับตัวตามอาจจะลำบากได้ เพราะคาดว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า โลกกำลังจะเลิกใช้เงินสด และเข้าสู่สังคมไร้เงินสดอย่างเต็มตัว

ซึ่งปัจจุบันสถาบันการเงินไทย ก็ได้พยายามนำเทคโนโลยียุคใหม่เข้ามา เช่น เทคโนโลยีเอไอ บล็อกเชน บริการพร้อมเพย์ และ QR Code ซึ่งการเงินดิจิทัลจะมีส่วนผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจได้

โดยคาดว่า อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปีนี้จะอยู่ที่ร้อยละ 4 ทิศทาง มีแนวโน้มดีขึ้นทุกภาค ทั้งการบริโภค การลงทุน รวมทั้งดัชนีตลาดหลักทรัพย์ ขณะเดียวกันนักลงทุนต่างชาติ มีการเข้าพบปะหารือตลอด ดังนั้นโอกาสกำลังเป็นของประเทศไทย หากทุกคนรวมพลังจะสามารถเปลี่ยนโอกาสให้เป็นประโยชน์กับประชาชนและประเทศได้

Related Posts

Scroll to Top