85 views

หวัง 5G ฮีโร่ กระตุ้นเศรษฐกิจ 1.77 แสนล้าน

หลายคนอาจจะมีคำถามในใจว่า…อะไรจะเข้ามาเป็นฮีโร่ ดึงเศรษฐกิจไทย ขึ้นมาจากทิศทางที่กำลังดิ่งหัวลง จากปัจจัยลบมากมายที่มารุมเร้า จนสำนักวิจัยหลายแห่งออกมาปรับตัวเลข จีดีพี ปีนี้​ เหลือต่ำสุดเท่าที่เห็นตอนนี้ คือ 1.7-2.5%

ถ้าเป็นเมื่อก่อน ก็คงตอบว่า การลงทุนภาครัฐคงเป็นคำตอบที่มักจะมีการหยิบยกมาใช้เพื่อเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การทุ่มเม็ดเงินสร้าง ซ่อมแซมถนนหนทาง ดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่ายที่รัฐทุ่มเงินเบิกจ่าย เพื่อให้เม็ดเงินหมุนเวียนเข้าระบบให้เร็วที่สุด .. แต่รอบนี้อาจจะยาก เพราะพ.ร.บ.งบประมาณปี 63 ยังล่าช้า จากความผิดพลาด หรือจากความตั้งใจ ซึ่งเราจะไม่ก้าวล่วง แต่ความจริงก็คือ การเบิกจ่ายงบ มันจะล่าช้าออกไปจากปกติ

เครื่องมือที่สำคัญที่ทำได้คือการดึงเงินจากเอกชน ให้ลงทุนกับอนาคต ที่อยู่บนอากาศ … คำตอบคือ การนำคลื่นความถี่มาประมูลเพื่อให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีที่หลากหลายจนไม่อาจคาดเดาว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีกในอนาคต … นั่นก็คือ เรื่องของ 5G

ประเมิน 5G สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ 1.77 แสนล้าน

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการกสทช.) เปิดเผยประมาณการณ์เม็ดเงินที่จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการเกิดขึ้นของ 5G ในเมืองไทย ว่า เมื่อไทยมี 5G จะก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจราว 177,039 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 1.02 เปอร์เซ็นต์ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ

ส่วนปี 2564 เมื่อภาคเอกชนเพิ่มขนาดการลงทุนในคลื่น 5G จะก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจราว 332,000 ล้านบาท และในปี 2565 ผลของการประมูลคลื่น 5G จะเกิดมูลค่าเพิ่มอีก 476,000 ล้านบาท รวมแล้วปี 2563-2565 5G จะทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 985,720 ล้านบาท ซึ่งหากการขับเคลื่อนของคณะกรรมการ 5G แห่งชาติประสบผลสำเร็จตามแนวทางที่วางไว้ตัวเลขมูลค่าทางเศรษฐกิจจะเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ประมาณการไว้ เนื่องจากมูลค่าการใช้งาน 5G เพิ่มสูงขึ้นจากประมาณการของสำนักงาน กสทช.

อะไรจะเกิดขึ้นเมื่อมี 5G

หากยังนึกภาพไม่ออกว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง จากการมี 5G บอกเลยว่า คงไม่ใช่แค่เทคโนโลยี IoT หรือ Internet Of Things ที่จะมีการใช้งานอย่างแพร่หลายมากขึ้น เปิด-ปิดไฟฟ้า เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น ทีวี หรือแม้แต่รถยนต์ ที่สามารถสั่งงานได้ผ่านสมาร์ทโฟน / ไม่ใช่แค่อุปกรณ์ ข้าวของเครื่องใช้ในบ้านทุกชนิด จะเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้และสามารถสั่งงานกันเองได้อัตโนมัติ ข้าวของเหล่านี้จะฉลาดขึ้น จดจำพฤติกรรมการใช้งานของเจ้าของและคนในบ้านจนสามารถทำงานเองได้โดยไม่ต้องรอคำสั่ง ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้ จะเพิ่มขึ้นหลายเท่าทวีคูณ จากที่เคยมีแค่ 1 จะเพิ่มขึ้นไปเป็น 10-20 ชิ้นในบ้าน ข้อมูลจะถูกใช้ในการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ และข้อมูลจะมีมูลค่ามากกว่าทองคำ หรือ เพชรพลอย แรงงานมนุษย์จะถูกแทนที่ด้วยเครื่องจักรกลอัจฉริยะ ซึ่งภาพเหล่านี้จะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า หากมี 5G เกิดขึ้น

รัฐบาล เร่งเอกชนขับเคลื่อน 5G

แต่ภาพที่รัฐบาลอยากเห็นในระยะ 1-5 ปี หลังจากมี 5G “บิ๊กป้อม” พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี บอกว่า อยากเห็นการขับเคลื่อนเทคโนโลนี 5G ให้ลงสู่ทุกภาคส่วนของสังคมให้เกิดเป็นรูปธรรมโดยเร็ว แต่สิ่งที่รัฐบาลมีความกังวลและห่วงใยมากที่สุดคือ นั่นคือจะนำเทคโนโลยี 5G ไปใช้งานต่อยอดให้เกิดประโยชน์กับประชาชนได้โดยเร็วที่สุดได้เมื่อใด ขึ้นอยู่กับการลงทุนของเอกชน ซึ่งรัฐบาลพร้อมสนับสนุนเต็มที่

สิ่งที่รัฐบาลอยากเห็น คือการใช้ 5G เข้ามาลดความเหลื่อมล้ำ ทั้งด้านสาธารณสุข โดยอยากให้เกิดระบบโรงพยาบาลอัจฉริยะ (Smart Hospital) โดยเฉพาะในกลุ่มโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือ รพ.สต. ในการรักษาทางไกลด้วยเทคโนโลยี 5G สำหรับ 4 โรค ได้แก่ เบาหวาน ความดัน โรคตา และผิวหนัง ประชาชนสามารถรับการวินิจฉัยโรคและขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ ช่วยให้ประหยัดทั้งเวลาและค่าเดินทาง ลดความเหลื่อมล้ำการเข้าถึงบริการทางการแพทย์

ภาคการเกษตร รัฐบาลต้องการให้มีการเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยนำเทคโนโลยี 5G มาประยุกต์ใช้ เพื่อให้เป็นสมาร์ทฟาร์มมิ่ง (smart farming) ในการวางแผนการผลิตและบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับความต้องการของตลาด

ภาคการศึกษา คาดหวังว่า 5G จะสร้างประโยชน์ในการส่งเสริมให้ประชาชนได้เข้าถึงการเรียนการสอนที่มีมาตรฐานสูง จากผู้เชี่ยวชาญ และสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียง ได้รับการยอมรับอย่างทั่วกัน

ด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลต้องการให้มีการนำเทคโนโลยี 5G มาใช้ในการสร้างงาน สร้างอาชีพ โอกาส และรายได้ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน การส่งเสริมให้มี Start Up ในท้องถิ่นเพื่อการส่งเสริมให้ประชาชนได้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยี 5G ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมศักยภาพของชุมชน และส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน อันนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน เริ่มจากการพัฒนาจากชุมชนท้องถิ่นไปสู่ระดับชาติ แต่ทั้งนี้การนำเทคโนโลยี 5G มาใช้ต้องคำนึงถึงความมั่นคงปลอดภัยในการใช้งานของประชาชน อันเป็นรากฐานที่แข็งแรงของเศรษฐกิจไทยในอนาคตด้วย

ภาพเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ คงต้องจับตาดูการประมูลคลื่น 5G ที่จะมีขึ้นในวันที่ 16 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งรอบนี้ไม่ได้มีแค่ 3 ค่ายมือถือยักษ์ใหญ่เท่านั้นที่เข้าร่วมประมูล เพราะการเปิดประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่รอบนี้มีทั้งคลื่น 700 MHz 1800 MHz 2600 MHz และ 26 GHz และมีผู้มายื่นคำขอรับใบอนุญาตทั้งหมด จำนวน 5 ราย ได้แก่ บริษัท ทรู มูฟเอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด เบื้องต้นคาดการณ์เอาเองว่า คลื่นความถี่คงจะถูกกระจายไปในแต่ละหน่วยงานในสัดส่วนที่แตกต่างกันตามการประมูล แต่ใครจะได้คลื่นไหน เอาไปเท่าไหร่ และเอาไปทำอะไร คงต้องรอดู

Social Media

Most Popular

Get The Latest Updates

Biztalk News : Line Official Account

รู้ทัน ข่าวสาร ด้านเศรษฐกิจ ธุรกิจ การเงิน และการลงทุน ก่อนใคร เพียงสแกน

Categories