จากสถานการณ์อุทกภัยครั้งรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งถูกจัดเป็นเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปี นายปรัธนา ลีลพนัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ได้เปิดเผยถึงปฏิบัติการกู้ระบบสื่อสารของบริษัทที่ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทาย
กว่า 60 ไซต์ AIS ถูกน้ำท่วมสูงกว่าเมตรครึ่ง
สถานการณ์ในพื้นที่ประสบภัยมีความรุนแรงจนกระทบต่อระบบเครือข่าย โดยเฉพาะในเขตหาดใหญ่ ที่มีสถานีฐาน (ไซต์) ถูกน้ำท่วมสูงกว่าเมตรครึ่ง ทำให้เครื่องปั่นไฟ (Generator) และอุปกรณ์สำคัญจมเสียหาย
กว่า 60-80 ไซต์ ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบ ไม่สามารถกระจายสัญญาณได้ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสถานการณ์ที่รุนแรงกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้
“เราพยายามใช้ทุกเทคโนโลยีเท่าที่มี ทั้งข้อมูลจาก GISTDA ภาพถ่ายดาวเทียม หรือแม้กระทั่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้เครือข่ายสามารถ ‘On Network’ ได้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” ปรัธนา กล่าว
เมื่อเครื่องปั่นไฟใช้การไม่ได้ ทีมงานต้องเปลี่ยนไปใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ฉุกเฉิน และต้องขนเครื่องปั่นไฟขนาด 500 กิโลกรัมเข้าพื้นที่เพื่อจ่ายไฟ ซึ่งเป็นการทำงานที่ต้องต่อสู้กับข้อจำกัดทางกายภาพหลายอย่าง
เร่งระดมทีมและยุทโธปกรณ์เข้าพื้นที่เต็มกำลัง
เพื่อกู้สถานการณ์และสนับสนุนการสื่อสารในภาวะวิกฤต AIS ได้ระดมกำลังสนับสนุนเข้าพื้นที่อย่างเต็มที่:
- ทีมวิศวกร อย่างน้อย 40-50 คน เข้าประจำการในพื้นที่อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 3-4 วันติด โดยมีการจัดตั้ง War Room ร่วมกับศูนย์บัญชาการของภาครัฐ ณ กองบัญชาการในมณฑลทหารบกที่ 42
- มีการเบิก แบตเตอรี่ฉุกเฉิน (Power Bank) ที่มีประจุพร้อมใช้งาน 70-80% ทั้งคลังเพื่อกระจายไปยังผู้ประสบภัย ซึ่งเป็นความพยายามส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือประชาชนที่ขาดแคลนไฟฟ้าสำหรับชาร์จอุปกรณ์สื่อสาร
- ทีมสนับสนุนภูมิภาค อีก 20-30 ทีม ถูกส่งลงพื้นที่เพิ่มเติมภายใน 24 ชั่วโมง พร้อมกับระดม “ยุทโธปกรณ์” ทุกอย่างเท่าที่มีเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการกู้ระบบ
การเข้าถึงพื้นที่เป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากฝนที่ตกหนักต่อเนื่อง ทำให้กระแสน้ำเชี่ยวกราก แต่บริษัทยังคงเดินหน้าภารกิจอย่างต่อเนื่อง
ใช้เสาสูง-แก้ปัญหาเฉพาะหน้า พร้อมจับตาน้ำลด
ในการฟื้นฟูระบบได้มีการบริหารจัดการเครือข่าย โดยเน้นใช้สถานีฐานที่ตั้งอยู่บนที่สูง เช่น เขาคอหงส์ เพื่อใช้ความถี่ทุกย่าน Broadcast สัญญาณให้ครอบคลุมพื้นที่กว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ ชดเชยไซต์ที่เสาเตี้ยซึ่งไฟดับและไม่สามารถทำงานได้
AIS แสดงความหวังว่าระดับน้ำจะเริ่มลดลง หลังจากที่มีสัญญาณแนวโน้มที่ดีขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 26 พ.ย. พร้อมทั้งระบุว่า มีอีก 2 จังหวัด ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับมือคือ จังหวัดสตูล และ จังหวัดนครศรีธรรมราช
–AIS สร้างปรากฏการณ์ ‘MEET THE CROWNS’ ดึง Miss Universe 2025 ‘ฟาติมา บอสช์’ กระทบไหล่แฟนๆ







