กฟผ. ผนึก ชิโนไฮโดร ทุ่มนวัตกรรม STATCOM ปักหมุด ‘คลองแงะ’ เสริมความมั่นคงไฟใต้ รองรับพลังงานสะอาด-ASEAN Power Grid

กฟผ. ผนึกชิโนไฮโดร ติดตั้ง STATCOM คลองแงะ เสริมความมั่นคงไฟฟ้า-เชื่อมอาเซียน

กฟผ. ลงนามสัญญา ชิโนไฮโดร ติดตั้งเทคโนโลยี STATCOM ที่สถานีไฟฟ้าแรงสูงคลองแงะ จ.สงขลา ยกระดับโครงข่ายไฟฟ้าภาคใต้ให้ยืดหยุ่น รองรับความผันผวนจากพลังงานหมุนเวียน พร้อมรับมือดีมานด์ท่องเที่ยว-อุตสาหกรรมพุ่ง และเตรียมความพร้อมเชื่อมโยงซื้อขายไฟฟ้ามาเลเซียผ่านอาเซียนพาวเวอร์กริด

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 นายธีรวุฒิ เวทะธรรม รองผู้ว่าการพัฒนาระบบส่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ นายจาง กั๋วต่ง (Mr. Zhang Guodong) รองประธานบริษัท ชิโนไฮโดร (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมพิธีส่งมอบสัญญางานจัดซื้อและจ้างก่อสร้าง Static Synchronous Compensator (STATCOM) ณ สถานีไฟฟ้าแรงสูงคลองแงะ จังหวัดสงขลา เพื่อยกระดับเสถียรภาพระบบส่งไฟฟ้าไทยให้ทันสมัยและมั่นคงยิ่งขึ้น

เทคโนโลยี STATCOM: คำตอบของโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ
นวัตกรรม STATCOM คืออุปกรณ์อัจฉริยะที่ทำหน้าที่ควบคุมและรักษาเสถียรภาพแรงดันไฟฟ้าได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ถือเป็นหัวใจสำคัญในการจัดการความผันผวนของพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) ที่มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นในระบบส่ง

นายธีรวุฒิ เปิดเผยว่า โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้าภาคตะวันตกและภาคใต้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการส่งกำลังไฟฟ้าจากภาคกลางลงสู่ภาคใต้ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาไฟตกหรือไฟดับในวงกว้าง และรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมในพื้นที่ภาคใต้ โดยมีกำหนดการแล้วเสร็จในปี 2571

หนุนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ-เชื่อมโยงระดับภูมิภาค
นอกจากความมั่นคงภายในประเทศแล้ว การติดตั้ง STATCOM ที่สถานีไฟฟ้าแรงสูงคลองแงะ ยังมีเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ได้แก่:

  1. เชื่อมโยงภูมิภาค (ASEAN Power Grid): รองรับการซื้อขายไฟฟ้ากับประเทศมาเลเซียผ่านระบบโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจด้านพลังงานในระดับสากล
  2. ขับเคลื่อน Net Zero 2050: เสริมความพร้อมให้โครงข่ายไฟฟ้าสามารถรับพลังงานสะอาดได้มากขึ้น สอดคล้องกับเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศไทย
  3. ความยืดหยุ่นของระบบส่ง: เพิ่มประสิทธิภาพในการส่งจ่ายพลังงานข้ามภูมิภาคให้เป็นไปอย่างมีเสถียรภาพ

ความร่วมมือระหว่าง กฟผ. และ ชิโนไฮโดร ในครั้งนี้ จึงไม่เพียงแต่เป็นการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำคัญให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางพลังงานสะอาดของภูมิภาคอาเซียนในอนาคต

Scroll to Top