สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผนึกกำลัง ไปรษณีย์ไทย กรมการกงสุล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประกาศความพร้อมจัดเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2569 ชูมาตรการความปลอดภัยสูงสุดในการขนส่งบัตรเลือกตั้งทั้งในและต่างประเทศ พร้อมเปิดตัวศูนย์ประสานงานขนส่งฯ ติดตามสถานการณ์แบบ Real-time ตลอด 24 ชั่วโมง
แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เปิดเผยข้อมูลสถิติผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิล่วงหน้าในปี 2569 พบว่ามีจำนวนรวมกว่า 2.4 ล้านราย โดยแบ่งเป็นผู้ใช้สิทธินอกเขตเลือกตั้ง 2,262,643 ราย ในเขตเลือกตั้ง 8,247 ราย และนอกราชอาณาจักร 139,535 ราย ขณะที่การออกเสียงประชามติมีผู้ลงทะเบียนใช้สิทธินอกเขตและนอกราชอาณาจักรรวมกว่า 1.5 ล้านราย ซึ่ง กกต. ยืนยันความพร้อมด้านกฎหมายและระเบียบปฏิบัติที่เน้นความถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน
สำหรับการจัดการในต่างประเทศ มังกร ประทุมแก้ว อธิบดีกรมการกงสุล ระบุว่าได้เตรียมระบบจัดส่งบัตรเลือกตั้งและบัตรประชามติไปยังสถานเอกอัครราชทูตและกงสุลไทยใน 67 ประเทศ 95 เมืองทั่วโลก พร้อมพัฒนาระบบติดตามสถานการณ์ทำงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การส่งมอบบัตรที่ลงคะแนนแล้วกลับมายังประเทศไทยเป็นไปตามกรอบเวลาที่กำหนด
ด้านมาตรการรักษาความปลอดภัย พลตำรวจโทอุดร ยอมเจริญ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เตรียมระดมกำลังพลกว่า 126,000 นาย คุ้มกันการขนส่งบัตรเลือกตั้งในรูปแบบขบวนรถนำและรถปิดท้าย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นกลางและยึดหลักกฎหมายอย่างเคร่งครัดตลอดเส้นทางทั่วประเทศ
ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) กล่าวถึงภารกิจหลัก 5 ด้านในการขนส่ง ทั้งเอกสารแจ้งรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งกว่า 19 ล้านครัวเรือน และการลำเลียงบัตรเลือกตั้งไปยัง 400 เขตทั่วประเทศ โดยไปรษณีย์ไทยได้จัดตั้ง “ศูนย์ประสานงานการขนส่งบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2569” ณ สำนักงานใหญ่ เพื่อควบคุมการดำเนินงานที่มีรถขนส่งกว่า 600 เที่ยววิ่ง และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานคัดแยกตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้มั่นใจว่าบัตรทุกใบจะถึงปลายทางอย่างปลอดภัยและทันเวลา
–TECHLEAD NPN รุก Tech Ecosystem เพิ่มทุนรองรับ M&A ประเดิมเข้าซื้อ “Nestifly” เสริมพอร์ตฟินเทค






