FPT ได้ฤกษ์เปิดใช้ระบบท่อขนส่งน้ำมันสายเหนือ กระจายน้ำมันสู่ภาคเหนือ เสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ

403 views

ณ คลังน้ำมันพิจิตร จังหวัดพิจิตร นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานพิธีเปิดระบบท่อขนส่งน้ำมันสายเหนือ ระยะที่ 1 (บางปะอิน-กำแพงเพชร-พิจิตร)ร่วมกับหม่อมราชวงศ์ศุภดิศ ดิศกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BAFS) และ นายเจริญ จารุไสลพงษ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด (FPT) โครงการก่อสร้างระบบท่อขนส่งน้ำมันสายเหนือ เป็นโครงการที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้ภาคเอกชน

เป็นผู้ดำเนินการและอยู่ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ด้านพลังงานของรัฐบาลที่กลุ่มบริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS Group เป็นผู้ลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาท โดยมอบให้ บริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด หรือ FPT ซึ่งเป็นบริษัทในเครือและเป็นผู้ให้บริการขนส่งน้ำมันทางท่อมากว่า 28ปี เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างท่อขนส่งน้ำมันที่สามารถขนส่งน้ำมันอากาศยาน น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน น้ำมันเบนซินพื้นฐานออกเทน 91 และ 95 ในท่อเดียวกันแบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือระยะที่ 1 ส่วนต่อขยายจากท่อขนส่งน้ำมันเดิมของ FPT จากคลังน้ำมันบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยาไปยังคลังน้ำมันพิจิตร อำเภอวชิรบารมี จังหวัดพิจิตร (บางปะอิน-กำแพงแพชร-พิจิตร) ระยะทาง 367 กม.และ ระยะที่ 2 จากสถานีเพิ่มแรงดันและแยกระบบท่อกำแพงเพชรไปยังคลังน้ำมันนครลำปาง อำเภอสบปราบ จังหวัดลำปาง (กำแพงเพชร-ลำปาง) ระยะทาง 209 กม.รวมระยะทางทั้งสิ้น 576 กม. และมีความสามารถในการขนส่งน้ำมันได้ 9,000 ล้านลิตรต่อปีโดยโครงการระยะที่ 2 มีกำหนดแล้วเสร็จปลายปี 2562

สำหรับระบบท่อขนส่งน้ำมันสายเหนือเป็นโครงการที่ช่วยส่งเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ โดยสามารถใช้ระบบท่อขนส่งน้ำมันและคลังน้ำมันปลายท่อเป็นสถานที่เก็บน้ำมันสำรองของประเทศ ประชาชนจะมีน้ำมันใช้ไม่ขาดแคลนในยามฉุกเฉินและภัยพิบัติ รวมทั้งยังให้ผลตอบแทนด้านสังคมสูงมาก ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยลดอุบัติเหตุจากการขนส่งน้ำมันด้วยรถบรรทุกขนาดใหญ่ลดความเลื่อมล่ำของราคาน้ำมันทำให้ประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือมีโอกาสใช้น้ำมันในราคาที่ใกล้เคียงกับกรุงเทพฯ อีกทั้งยังช่วยลดมลภาวะ

ที่เกิดขึ้นจากการขนส่งน้ำมันโดยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไม่ต่ำกว่า 30,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี และลดการเกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จากการขนส่งน้ำมันด้วยรถบรรทุกน้ำมัน

นอกจากนี้ ระบบท่อขนส่งน้ำมันสายเหนือยังเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งพลังงานของประเทศที่สำคัญซึ่งจะรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในอนาคต โดยท่อขนส่งน้ำมันสามารถต่อขยายเพื่อขนส่งน้ำมันอากาศยาน

ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติแห่งใหม่ของจังหวัดเชียงใหม่อีกทั้งคลังน้ำมันของระบบท่อขนส่งน้ำมันสายเหนือนอกจากจะเป็นศูนย์กลางการจ่ายน้ำมันในพื้นที่ภาคเหนือแล้วนั้น ยังตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ ที่สามารถรองรับการขนส่งน้ำมันไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยคลังน้ำมันพิจิตรเป็นจุดจ่ายน้ำมันผ่านเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor) เชื่อมโยงประเทศพม่า-ไทย-ลาว-เวียดนาม (มะละแหม่ง-เมียวดี/แม่สอด-พิษณุโลก-ขอนแก่น-กาฬสินธุ์-มุกดาหาร/สะหวันนะเขต-ดองฮา-ดานัง) และคลังน้ำมันนครลำปางตั้งอยู่ในแนวเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ (North-South Economic Corridor) เชื่อมโยงประเทศจีน-พม่า-ลาว-ไทย (คุนหมิง-เชียงรุ่ง-ต้าหลั่ว-เชียงตุง-ท่าขี้เหล็ก/แม่สาย)