เมตา (Meta) บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่เจ้าของแพลตฟอร์ม เฟซบุ๊ก (Facebook) และ อินสตาแกรม (Instagram) ตกลงยอมความด้วยการจ่ายเงินมูลค่าสูงสุดถึง 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5.58 แสนล้านบาท ในระยะเวลา 10 ปี เพื่อยุติคดีฟ้องร้องครั้งใหญ่จาก 47 รัฐทั่วสหรัฐอเมริกา รวมถึงเขตปกครองพิเศษโคลัมเบีย เปอร์โตริโก อเมริกันซามัว และหมู่เกาะนอร์ธเทิร์นมาเรียนา
การฟ้องร้องดังกล่าวมีใจความสำคัญระบุว่า เมตาตั้งใจออกแบบระบบและแพลตฟอร์มให้ผู้ใช้งานเกิดพฤติกรรมเสพติด ส่งผลให้กลุ่มเยาวชนต้องเผชิญหน้ากับความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพจิตขั้นร้ายแรง รวมถึงบริษัทมีเจตนาชักนำให้สาธารณชนเข้าใจผิดเกี่ยวกับข้อมูลด้านความปลอดภัย ทั้งนี้ หากศาลมีคำสั่งอนุมัติข้อตกลงอย่างเป็นทางการ รัฐแคลิฟอร์เนียเพียงแห่งเดียวจะได้รับเงินจัดสรรสูงถึง 1.5 – 2.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.9 – 6.9 หมื่นล้านบาท)
ข้อตกลงประวัติศาสตร์ครั้งนี้มาพร้อมเงื่อนไขคำสั่งคุ้มครองที่เข้มงวดเพื่อสกัดกั้นผลกระทบต่อสุขภาพจิตของเด็กอย่างเป็นรูปธรรม โดยเมตาจะต้องดำเนินมาตรการควบคุมระบบใหม่หลายด้าน ได้แก่ การจำกัดเวลาการใช้งานรายวัน การปิดกั้นเยาวชนไม่ให้เข้าใช้งานแพลตฟอร์มในช่วงเวลากลางคืนซึ่งจะมีเพียงผู้ปกครองเท่านั้นที่สามารถปลดล็อกได้ การพัฒนาฟังก์ชันการดูแลของผู้ปกครองให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การบังคับใช้ระบบยืนยันอายุที่รัดกุมเพื่อคัดกรองผู้ใช้อายุต่ำกว่า 18 ปี และต่ำกว่า 13 ปีอย่างเข้มงวด พร้อมทั้งยินยอมให้มีการแต่งตั้งผู้ตรวจสอบอิสระเข้ามาดูแลการปฏิบัติตามข้อกำหนดทั้งหมด
ร็อบ บอนตา (Rob Bonta) อัยการสูงสุดของรัฐแคลิฟอร์เนีย ระบุว่า ข้อตกลงนี้เป็นหมุดหมายสำคัญในการปกป้องเยาวชนจากภัยของสื่อสังคมออนไลน์ โดยเมตาเตรียมปรับเปลี่ยนระบบการทำงานครั้งใหญ่ภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นการจำกัดเวลาใช้งาน การระงับระบบแจ้งเตือนระหว่างชั่วโมงเรียน การบล็อกการใช้งานแอปพลิเคชันในช่วงกลางคืน ตลอดจนการสั่งห้ามใช้งานฟิลเตอร์ภาพในลักษณะศัลยกรรมตกแต่ง
ทางด้านตัวแทนของเมตาออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า แม้ข้อตกลงนี้จะเป็นก้าวสำคัญ แต่ปัจจุบันเยาวชนยังคงมีทางเลือกในการสลับไปใช้งานแพลตฟอร์มอื่นๆ ได้อีกมาก เมตาจึงขอเรียกร้องไปยัง ติ๊กต็อก (TikTok) และ ยูทูบ (YouTube) ให้เข้ามาร่วมมือกับเมตาและอัยการสูงสุดของแต่ละรัฐ ในการบังคับใช้มาตรฐานความปลอดภัยชุดใหม่นี้ร่วมกัน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและมีความรับผิดชอบต่อการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของวัยรุ่นในภาพรวม
ที่มา Xinhua







