เอ็มจี เปิดตัว NEW MG URBAN รถไฟฟ้าแฮทช์แบ็กสัญชาติไทย จัดเต็มระบบจอดออโต้รุ่นแรกในเซกเมนต์ เคาะราคาพิเศษเริ่ม 529,900 บาท

เอ็มจี เปิดตัว NEW MG URBAN รถไฟฟ้าแฮทช์แบ็กสัญชาติไทย จัดเต็มระบบจอดออโต้รุ่นแรกในเซกเมนต์ เคาะราคาพิเศษเริ่ม 529,900 บาท

เอ็มจีในประเทศไทย ประกาศเปิดตัว NEW MG URBAN (หรือฉายา “น้องม่วง”) รถยนต์ไฟฟ้าแฮทช์แบ็ครุ่นล่าสุดที่ผลิตในประเทศไทย (CKD) อย่างเป็นทางการ ชูคอนเซ็ปต์ “LIFE EASY” ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเมืองยุคใหม่ให้สะดวก ง่าย และคล่องตัว โดยสร้างเซอร์ไพรส์พิเศษดึงศิลปินหนุ่มสุดฮอต “ต้าห์อู๋ – พิทยา แช่ถั่ว” มาร่วมฉลองเปิดตัวด้วยมินิคอนเสิร์ตสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

มร. ต๋า เซ็นเซิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด เปิดเผยว่า การเปิดตัว NEW MG URBAN คือบทพิสูจน์ว่าเทคโนโลยีล้ำสมัยไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงเสมอไป เอ็มจิตั้งใจนำเทคโนโลยีระดับพรีเมียมมาใส่ไว้ในรถที่คนไทยเข้าถึงได้ง่ายขึ้น เพื่อเปลี่ยนภาพจำเดิม ๆ ว่าความสะดวกสบายระดับสูงต้องจ่ายในราคาหลักล้าน พร้อมส่งมอบประสบการณ์ผ่านบริการรูปแบบใหม่ “MG SMILE” ที่เน้นความสะดวกและอุ่นใจตลอดการใช้งาน

เจาะลึก 4 หัวใจหลักภายใต้แนวคิด LIFE EASY

  • PARK EASY (จอดง่าย): ไฮไลต์เด่นคือเทคโนโลยีช่วยจอดอัจฉริยะรุ่นแรกในเซกเมนต์ ประกอบด้วยระบบช่วยจอดอัตโนมัติ Smart Parking Assist และระบบสั่งจอดอัตโนมัติระยะไกล Remote Auto Parking ที่สั่งการผ่านสมาร์ทโฟน พร้อมระบบแสดงภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ มุมมองหลายเลน (Multi-Lane View) ช่วยให้การจอดรถในพื้นที่จำกัดเป็นเรื่องง่าย
  • DRIVE EASY (ขับง่าย): ออกแบบสัดส่วนตัวรถให้มีความคล่องตัวสูงด้วยวงเลี้ยวแคบเพียง 5.2 เมตร ปลอดภัยมั่นใจด้วยระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ ADAS ระดับ L2 และระบบเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ Auto Lane Change with Alert โดยผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวจาก Euro NCAP และ ANCAP
  • LIVE EASY (ใช้ชีวิตง่าย): ห้องโดยสารดีไซน์กว้างขวาง โปร่งสบาย จัดเต็มหน้าจอสีระบบความบันเทิงแบบสัมผัส (Infotainment) ขนาดใหญ่สูงสุด 15.6 นิ้ว ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 8155 รองรับระบบปฏิบัติการ i-SMART PRO และระบบสั่งการด้วยเสียง AI Voice Command
  • GO FAR EASY (ไปได้ไกลกว่าเดิม): ขับขี่ได้ไกลสูงสุดถึง 530 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (มาตรฐาน NEDC) มาพร้อมฟังก์ชัน V2ล (Vehicle to Load) เปลี่ยนรถให้เป็นแหล่งจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายนอกสูงสุด 3.3 kW

ข้อมูลผลิตภัณฑ์และข้อมูลทางเทคนิค (Product Specifications)

NEW MG URBAN พัฒนาขึ้นบน SAIC E3 PURE ELECTRIC PLATFORM แพลตฟอร์มยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะในรูปแบบ “CELL-TO-BODY” (CTB) ที่ผสานโครงสร้างตัวถังและแบตเตอรี่เข้าเป็นหนึ่งเดียว ช่วยลดจุดศูนย์ถ่วง เพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ และเพิ่มพื้นที่ห้องโดยสารให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

งานดีไซน์และอุปกรณ์อำนวยความสะดวก

ตัวรถออกแบบภายใต้แนวคิด “GENDER NEUTRAL TRENDY” มีมิติตัวถังยาว 4,395 มม. กว้าง 1,842 มม. สูง 1,549 มม. และระยะฐานล้อ 2,750 มม. โดดเด่นด้วยโลโก้เรืองแสง (Illuminated Logo) ไฟหน้า LED อัตโนมัติ และไฟท้าย LED ดีไซน์ Union Jack ภายในตกแต่งด้วยวัสดุ Soft Touch เบาะหุ้มหนังสังเคราะห์ลาย Diamond Cut โดยเบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทางมีให้ในทุกรุ่นย่อย นอกจากนี้ยังมีหลังคากระจกพาโนรามิกเต็มแผ่นพร้อมม่านบังแดด ระบบชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย 50 วัตต์ และระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมช่องแอร์ตอนหลัง พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถจุได้สูงสุด 480 ลิตร และขยายเป็น 1,266 ลิตรเมื่อพับเบาะหลังแบบ 60:40

ขุมพลังและสมรรถนะการขับขี่

  • มอเตอร์ไฟฟ้า: แบบ Permanent Magnet Synchronous Motor ขับเคลื่อนล้อหลัง
    • รุ่น STANDARD: กำลังสูงสุด 150 แรงม้า (110 กิโลวัตต์)
    • รุ่น MAX และ ULTRA: กำลังสูงสุด 160 แรงม้า (118 กิโลวัตต์)
    • แรงบิดสูงสุด: 250 นิวตันเมตร (เท่ากันทั้ง 3 รุ่นย่อย)
  • แบตเตอรี่: แบบ Lithium-iron Phosphate (LFP) จากแบรนด์ CATL
    • รุ่น STANDARD: ความจุ 42.8 kWh วิ่งไกลสูงสุด 435 กิโลเมตร (NEDC)
    • รุ่น MAX และ ULTRA: ความจุ 53.9 kWh วิ่งไกลสูงสุด 530 กิโลเมตร (NEDC)
  • ระบบช่วงล่างและเบรก: ช่วงล่างด้านหน้า MacPherson Strut ด้านหลัง Torsion Beam พร้อมระบบดิสก์เบรก 4 ล้อ (คู่หน้าแบบมีช่องระบายความร้อน Ventilated Disc) และมีโหมดการขับขี่ให้เลือก 5 รูปแบบ (Eco, Normal, Sport, Snow, Custom)

การชาร์จไฟ

  • รุ่น STANDARD: ชาร์จเร็ว Quick Charge (10% – 80%) ใช้เวลาประมาณ 28 นาที ที่ความเร็วสูงสุด 82 kW
  • รุ่น MAX และ ULTRA: ชาร์จเร็ว Quick Charge (10% – 80%) ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ที่ความเร็วสูงสุด 88 kW
  • ทุกรุ่นย่อยรองรับการชาร์จธรรมดา Normal Charge ผ่าน MG HOME CHARGER ที่กำลังไฟ 6.6 kW

ระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป

จัดเต็มด้วยระบบความปลอดภัยรอบคันรวม 21 ตำแหน่ง ประกอบด้วย เซ็นเซอร์ 12 ตำแหน่ง เรดาร์ 3 ตำแหน่ง และกล้องรอบคัน 6 ตัว มาพร้อมระบบความปลอดภัยขั้นสูง อาทิ เบรกมือไฟฟ้า EPB พร้อม Auto Vehicle Hold ระบบควบคุมการทรงตัว SCS ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAS ระบบควบคุมความเร็วแปรผันอัตโนมัติ ACC ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB รวมถึงระบบช่วยเตือนและป้องกันอุบัติเหตุจากมุมอับสายตา (LCA, BSD, RCTA, RCTB, DOW, RCW) และถุงลมนิรภัยรวม 7 ตำแหน่ง (คู่หน้า, ด้านข้าง, ม่านถุงลม และถุงลมกลาง)

ราคาจำหน่ายและรุ่นย่อย (สีตัวถังมีให้เลือก 5 สี: ม่วง, เบจ, ขาว, เทา, ดำ)

  • NEW MG URBAN รุ่น STANDARD: ราคาสุทธิ 579,900 บาท (ราคาพิเศษช่วงเปิดตัว 529,900 บาท)
  • NEW MG URBAN รุ่น MAX: ราคาสุทธิ 649,900 บาท (ราคาพิเศษช่วงเปิดตัว 599,900 บาท)
  • NEW MG URBAN รุ่น ULTRA: ราคาสุทธิ 749,900 บาท (ราคาพิเศษช่วงเปิดตัว 709,900 บาท)

แคมเปญและข้อเสนอพิเศษ

สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 รับฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี ประกันคุณภาพรถยนต์ 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร ฟรีชุด MG HOME CHARGER พร้อมค่าติดตั้ง สายชาร์จฉุกเฉิน และชุดพรมปูพื้นนอกจากนี้ เอ็มจียังมอบความมั่นใจในระยะยาวด้วย EV LIFETIME WARRANTY การรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน ตลอดอายุการใช้งาน (ยกเว้นลูกค้าจดทะเบียนนิติบุคคลและการใช้เชิงพาณิชย์) โดย NEW MG URBAN พร้อมส่งมอบให้ลูกค้าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่โชว์รูมเอ็มจีทั้ง 126 แห่งทั่วประเทศ

Scroll to Top