บมจ. ซินเน็ค (ประเทศไทย) ส่งสัญญาณการเติบโตของผลการดำเนินงานช่วงครึ่งปีหลัง มุ่งเน้นการขยายตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (GP Margin) และอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงขับเคลื่อนหลักจากกลุ่มธุรกิจ Commercial และ Enterprise Solutions ที่เติบโตในระดับตัวเลขสองหลัก (Double Digits)
สุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มรายได้เติบโตโดดเด่นกว่าครึ่งปีแรก ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการเปิดตัวไลน์อัปสินค้าใหม่และกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง (High Value) โดยเฉพาะกลุ่มสมาร์ทโฟนที่จะทยอยเปิดตัวและวางจำหน่ายเกือบทั้งหมด รวมถึงความพร้อมด้านสต็อกสินค้าของ Apple ที่เริ่มคลี่คลายและมีสินค้าเข้าสู่ระบบมากขึ้น
ด้านกลยุทธ์การขยายพอร์ตธุรกิจระดับองค์กร ซินเน็คเดินหน้าบทบาทการเป็น Hub ด้านเทคโนโลยีร่วมกับพันธมิตร เพื่อช่วยลูกค้าภาคธุรกิจทรานส์ฟอร์มองค์กรตาม Pain Point แบบเฉพาะเจาะจง ครอบคลุมโซลูชันด้าน Cloud, AI Capability และ Hardware ควบคู่ไปกับโมเดลแบบ Subscription ซึ่งช่วยลดภาระการลงทุนก้อนใหญ่ของผู้ประกอบการ ปัจจุบันสัดส่วนรายได้จากกลุ่ม Enterprise และ Commercial ขยับขึ้นมาแตะระดับ 24% ของรายได้รวม
สำหรับการลงทุนด้านเทคโนโลยีและ AI ในปีนี้ ซินเน็คใช้กลยุทธ์ร่วมมือกับเวนเดอร์และพาร์ทเนอร์เพื่อจัดทำโชว์เคสและเดโมโซลูชัน ทำให้บริษัทใช้เม็ดเงินลงทุนจริงเพียงประมาณ 50–60 ล้านบาท ซึ่งไม่เกิน 100 ล้านบาท เนื่องจากได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากเวนเดอร์เจ้าของเทคโนโลยี
ขณะเดียวกัน ตลาดสินค้าไอทีทั้งกลุ่มสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล ยังเผชิญปัจจัยความผันผวนด้านราคาและซัพพลายอย่างต่อเนื่องจนถึงปี 2027 โดยกลุ่มฮาร์ดแวร์จัดเก็บข้อมูลมีแนวโน้มปรับขึ้นราคาจากการแข่งขันซื้อชิ้นส่วนของผู้ให้บริการระบบคลาวด์รายใหญ่ในตลาดโลก แม้ว่าบางแบรนด์ที่มีระบบนิเวศการผลิตของตนเองอย่างครบวงจร เช่น Huawei จะยังคงสามารถตรึงราคาได้ โดยพฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มปรับตัวเข้าสู่การซื้อสินค้าเท่าที่จำเป็นต่อการใช้งานตามสเปกจริง ซึ่งไม่ได้กระทบต่อยอดขายโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญ






