การบินไทย แถลงขอโทษเที่ยวบินดีเลย์ กางแผน 72 ชม. เคลียร์กระเป๋า 5.6 พันใบ ปรับลดไฟลต์ 40% แก้ปัญหาขาดแคลนกำลังคน

การบินไทย แถลงขอโทษเที่ยวบินดีเลย์ กางแผน 72 ชม. เคลียร์กระเป๋า 5.6 พันใบ ปรับลดไฟลต์ 40% แก้ปัญหาขาดแคลนกำลังคน

ชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) แถลงข่าวด่วนชี้แจงสถานการณ์ปัญหาการปฏิบัติการบินและความล่าช้าของสัมภาระ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมกล่าวขอโทษผู้โดยสารทุกคนที่ได้รับผลกระทบ โดยระบุว่าบริษัทกำลังเร่งแก้ปัญหาหน้างานอย่างเต็มกำลัง พร้อมปรับลดกำลังการผลิตลง ยกเลิก ควบรวมเที่ยวบิน และโอนย้ายผู้โดยสารไปยังสายการบินอื่นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน รวมถึงประสานผู้ประกอบการภายนอกเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระงานในลานจอดอากาศยาน

สำหรับเที่ยวบินขาออกจากกรุงเทพฯ ซึ่งปกติมีราว 110 กว่าเที่ยวบินต่อวัน การบินไทยได้ปรับลดลงกว่า 30 เที่ยวบิน หรือคิดเป็น 30-40% ของกำลังการผลิตทั้งหมด เพื่อฟื้นฟูระบบปฏิบัติการให้กลับมาตรงเวลา โดยยอมรับว่าตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา เที่ยวบินเกิดความล่าช้าเกือบ 100% ตลอด 3 วัน มีเที่ยวบินล่าช้ารวมกว่า 300 เที่ยวบิน หรือคิดเป็นเที่ยวบินไป-กลับราว 600 เที่ยวบิน

CEO การบินไทย ระบุว่า เหตุที่การบินไทยได้รับผลกระทบมากกว่าสายการบินอื่น เนื่องจากสนามบินสุวรรณภูมิเป็นฐานการบินหลัก (Home Base) กิจกรรมการโหลดสัมภาระ สินค้า และบริการทั้งหมดต้องจัดการที่กรุงเทพฯ แตกต่างจากสายการบินอื่นที่จัดการจากต้นทางของตนเอง บริษัทจึงจำเป็นต้องลดขีดความสามารถลงชั่วคราวเพื่อให้เที่ยวบินที่เหลือทำการบินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้านปัญหากระเป๋าเดินทางตกค้างสะสมประมาณ 5,600 ใบ ทางการบินไทยได้แยกสัมภาระตกค้างออกจากกระเป๋าชุดใหม่ และเร่งลำเลียงออกจากสายพานด้านในมาไว้ยังพื้นที่ด้านนอกเพื่อให้ผู้โดยสารติดต่อรับได้สะดวกยิ่งขึ้น การปฏิบัติงานครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจาก บมจ. ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) รวมถึงกำลังพลจากกองทัพอากาศและกระทรวงกลาโหมรวมประมาณ 100 นาย เข้ามาช่วยบริหารจัดการและเคลื่อนย้ายสัมภาระ โดยจัดแบ่งโซนตามวันและเที่ยวบิน พร้อมจัดเจ้าหน้าที่นำผู้โดยสารตรวจสอบแท็กสัมภาระเพื่อรับกระเป๋า

ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายเคลียร์สัมภาระตกค้างทั้งหมดคืนสู่ผู้โดยสารและปรับระบบเป็นศูนย์ (Set Zero) ภายใน 72 ชั่วโมง พร้อมอัปเดตสถานะเที่ยวบินที่สามารถมารับกระเป๋าได้ผ่านเฟซบุ๊กเพจและเว็บไซต์ทางการ และได้ร่วมมือกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด รวมถึงผู้ประกอบการขนส่งเอกชนรวม 3 ราย ดำเนินการจัดส่งสัมภาระตรงถึงที่พักของผู้โดยสาร ซึ่งเริ่มทยอยจัดส่งไปแล้วบางส่วน

CEO การบินไทย ยังชี้แจงถึงวิกฤตด้านกำลังคนว่า พนักงานหน้างานต้องเผชิญกับความเหนื่อยล้าสะสมจากการปฏิบัติงานต่อเนื่อง 3 วัน บริษัทจึงได้ระดมพนักงานส่วนสนับสนุน (Back Office) เข้ามาช่วยเสริมในพื้นที่ พร้อมออกมาตรการจูงใจ (Incentive) และมอบหมายให้ผู้บริหารลงพื้นที่เพื่อดูแลและช่วยแก้ไขปัญหาเฉพาะบุคคลอย่างใกล้ชิด

“ยอมรับว่าสถานการณ์รุนแรงกว่าแผนฉุกเฉินที่ประเมินไว้ว่าจะรักษากำลังผลิตได้ 80% เนื่องจากแรงงานหน้างานจากปกติกว่า 500 คน เหลือเข้าปฏิบัติงานเพียง 200 กว่าคน อีกกว่า 300 คนไม่สามารถเข้ามาในระบบได้ ทำให้กำลังพลจากกองทัพที่เข้ามาหนุนยังไม่เพียงพอต่อปริมาณงาน”

นอกจากนี้ยังเกิดปัญหาคอขวดในตำแหน่งที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะทางอย่างโหลดมาสเตอร์ (Load Master) ซึ่งลดลงจาก 45 คน เหลือเพียงประมาณ 20 คน ซึ่งฝ่ายบริหารกำลังเร่งดึงบุคลากรกลุ่มนี้กลับเข้าสู่ระบบ

ส่วนมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร การบินไทยเตรียมเปิดจุดบริการพิจารณาจ่ายค่าชดเชย (Compensation) ตามเกณฑ์ที่กำหนด ครอบคลุมทั้งกรณีสัมภาระล่าช้าและเที่ยวบินล่าช้า โดยจะติดตั้งจุดบริการทั้งภายในและภายนอกอาคารผู้โดยสารให้แล้วเสร็จภายในช่วงบ่ายของวันนี้

นายชาย ได้ปฏิเสธกระแสข่าวบนสื่อสังคมออนไลน์ที่ระบุว่าเกิดการประท้วงหยุดงานของพนักงานหรือการจ้างแรงงานภายนอก โดยยืนยันอย่างหนักแน่นว่าพนักงานไม่มีเจตนาร้ายดังกล่าว แต่ปัญหาเกิดจากภาระงานหนักและข้อจำกัดหน้างานจริง

สำหรับกรณีที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม (นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ) เสนอให้เรียกประชุมบอร์ดบริหารนั้น ที่ผ่านมาฝ่ายบริหารได้รายงานบอร์ดเป็นระยะ ปัญหาในขณะนี้ไม่ใช่ระดับนโยบายเนื่องจากนโยบายพร้อมสนับสนุนเต็มที่ แต่เป็นปัญหาขาดแคลนแรงงานระดับปฏิบัติการหน้างานที่ไม่สามารถเดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ได้ พร้อมย้ำว่าตนเองและทีมผู้บริหารได้ปักหลักแก้ปัญหาอยู่ในสนามบินตลอด 3 วันที่ผ่านมา และจะเร่งฟื้นฟูระบบทั้งหมดให้กลับสู่ภาวะปกติภายใน 72 ชั่วโมง

–ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ คว้าการรับรองความปลอดภัยระดับโลก IOSA ตอกย้ำความมั่นใจผู้โดยสารยาว 2 ปี