สมาพันธ์ปศุสัตว์และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย ร่วมกับ 4 สมาคมพันธมิตรในภาคอุตสาหกรรมปศุสัตว์และประมง ร่วมกันแถลงข้อเท็จจริงถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐอเมริกาภายใต้กรอบอภิมหาภาคีการค้าโลก (WTO) หวังช่วยบรรเทาวิกฤตต้นทุนและแก้ปัญหาสินค้าขาดแคลนในประเทศ พร้อมย้ำชัดไม่กระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดชาวไทย
นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล เลขาธิการสมาพันธ์ปศุสัตว์และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย และนายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศไทยพุ่งสูงทะลุ 13 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งถือเป็นราคาที่สูงที่สุดในโลก โดยมีสาเหตุมาจากมาตรการควบคุมการนำเข้าของภาครัฐที่เข้มงวดขึ้นทุกปี มาตรการนำเข้าปลอดการเผาที่ทำให้การนำเข้าผ่านกรอบ AFTA ลดลงกว่าครึ่ง ประกอบกับวิกฤตภัยแล้งที่ทำให้เกษตรกรไทยเพาะปลูกล่าช้า ส่งผลให้ราคาสวนทางกับราคาขายเนื้อสัตว์ที่ปรับลดลง ภาครัฐจึงจำเป็นต้องทบทวนมาตรการนำเข้าเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม
ทางสมาพันธ์ฯ ได้ระบุถึงเหตุผลความจำเป็นในการนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐฯ ไว้ 2 ประการหลัก คือ
1. แก้ไขภาวะขาดแคลนวัตถุดิบอย่างรุนแรง
ปัจจุบันประเทศไทยมีความต้องการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สูงถึง 9 ล้านตันต่อปี แต่ผลผลิตในประเทศกลับมีเพียง 5 ล้านตัน ทำให้ขาดแคลนอยู่ 4 ล้านตัน ที่ผ่านมามีการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านและนำเข้าข้าวสาลีมาทดแทนแล้ว แต่ก็ยังคงขาดแคลนอยู่อีกราว 0.8 ล้านตัน การใช้วัตถุดิบคาร์โบไฮเดรตอื่นในประเทศ เช่น มันสำปะหลัง รำสด ปลายข้าว หรือข้าวเปลือก มาทดแทนทั้งหมดนั้นไม่สามารถทำได้จริง เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านโภชนาการสัตว์ ความเสี่ยงเรื่องเชื้อโรค สิ่งปนเปื้อนที่ทำลายเครื่องจักรโรงงาน และต้นทุนที่อาจเพิ่มสูงขึ้นจากการต้องใส่สารเสริมอาหาร
2. บรรเทาความเสี่ยงด้านภาษีกับสหรัฐฯ
แม้ศาลฎีกาสหรัฐฯ จะยกเลิกมาตรการภาษีนำเข้าทั่วโลกแล้ว แต่ไทยยังคงเผชิญความเสี่ยงจากการที่สหรัฐฯ อาจใช้อำนาจตามมาตรา 122 แห่งกฎหมายการค้าปี 1974 ในการจัดเก็บภาษีนำเข้า 10-15% ไทยจึงจำเป็นต้องเจรจาเปิดตลาดกับสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ การนำเข้าข้าวโพดสหรัฐฯ จำนวน 1 ล้านตัน จะเข้ามาทดแทนในส่วนของข้าวสาลีเดิม ไม่ได้เข้ามาทดแทนหรือส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดในประเทศ เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายปกป้องเกษตรกรไทยอย่างรัดกุม โดยกำหนดเงื่อนไขให้ผู้นำเข้าต้องรับซื้อข้าวโพดในประเทศก่อนในสัดส่วน 3 : 1
นอกจากเรื่องต้นทุนแล้ว การนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐฯ ยังมีราคาที่แข่งขันได้ ช่วยลดปัญหาฝุ่น PM2.5 และหมอกควันข้ามแดน สอดรับกับเทรนด์สินค้าเกษตรคาร์บอนต่ำ ส่วนข้อกังวลเรื่องการตัดแต่งพันธุกรรม (GMO) ทางสพันธ์ฯ ยืนยันว่า ปลอดภัยตามมาตรฐานสากล โดยประเทศไทยมีการใช้ถั่วเหลือง GMO ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์มานานกว่า 30 ปีโดยไม่มีผลกระทบใดๆ
การชี้แจงในครั้งนี้ เป็นการแสดงจุดยืนร่วมกันของ 21 สมาคมในภาคปศุสัตว์และประมง เพื่อมุ่งหวังให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องในการกำหนดนโยบายด้านอาหารสัตว์และความมั่นคงทางอาหารของประเทศในระยะยาว







