True ประกาศศักดา “One Network” ผนึกเสาสัญญาณ ทรู-ดีแทค สำเร็จ พลิกโฉมอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย สู่เครือข่ายใหญ่สุดในอาเซียน

True ประกาศศักดา "One Network" ผนึกเสาสัญญาณ ทรู-ดีแทค สำเร็จ พลิกโฉมอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย สู่เครือข่ายใหญ่สุดในอาเซียน

ทรู คอร์ปอเรชั่น (True Corporation) ยืนยันความสำเร็จครั้งสำคัญตามกลยุทธ์ “One Network” ด้วยการรวมเสาสัญญาณมือถือของทรูและดีแทคเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของประเทศไทยครั้งใหญ่ที่สุด พร้อมเดินหน้า “Power Up” มอบประสบการณ์การสื่อสารดิจิทัลที่รวดเร็ว แรง และครอบคลุมยิ่งกว่าเดิมทั่วประเทศ

ซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า นี่คือก้าวสำคัญในการสร้างเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน เพื่อมอบประสบการณ์เหนือชั้นให้กับลูกค้าของทั้งสองแบรนด์ และสร้างคุณค่าเพิ่มจากการผสานรวมกันสู่ผู้ถือหุ้น ความสำเร็จนี้เป็นผลมาจากการทุ่มเทของทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านเครือข่ายกว่า 3,650 คน ที่ทำงานรวมกันมากกว่า 17 ล้านชั่วโมงตลอด 2 ปีครึ่งของโครงการ โดยปฏิบัติการปีนเสาทั่วประเทศรวมระยะทางในแนวดิ่งกว่า 2,000 กิโลเมตร

การผนึกพลังโครงข่ายที่ขับเคลื่อนด้วย Network Modernization

หัวใจหลักของโครงการ One Network คือกลยุทธ์ Network Modernization ที่รวมโครงสร้างพื้นฐานและเสาสัญญาณที่ดีที่สุดเข้าเป็นหนึ่งเดียว เพื่อส่งมอบประสิทธิภาพสูงสุดแก่ลูกค้าทั้งทรูและดีแทค พร้อมขยายพื้นที่ครอบคลุมสัญญาณ 5G และ 4G ให้มากขึ้น เร็วขึ้น และรองรับเทคโนโลยีแห่งอนาคต

นอกจากนี้ การ Power Up สัญญาณยังเกิดขึ้นผ่านเทคนิค “Spectrum Pooling” ที่ผสานคลื่นความถี่ของทั้งสองแบรนด์ ทำให้ลูกค้าสามารถใช้ทรัพยากรเครือข่ายร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ ส่งผลให้สัญญาณแข็งแกร่ง ความเร็วสูง และประสิทธิภาพสูงขึ้นทั่วประเทศ พร้อมกันนี้ ทรู คอร์ปอเรชั่นยังให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของลูกค้า ด้วย True CyberSafe ที่ใช้เทคโนโลยี AI ขั้นสูงในการตรวจจับ บล็อก และแจ้งเตือนภัยคุกคามทางไซเบอร์แบบเรียลไทม์

5G พุ่งทะยาน ก้าวขึ้นเป็นผู้นำอย่างแท้จริง

ความสำเร็จของ One Network ส่งผลให้ประสิทธิภาพเครือข่าย 5G สำหรับลูกค้าทรูและดีแทคก้าวกระโดด ด้วยการรวมคลื่นความถี่และขีดความสามารถของเครือข่าย ลูกค้าดีแทคได้รับความเร็ว 5G ที่เพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 4.39 เท่า ขณะที่ลูกค้าทรูได้รับความเร็วที่เพิ่มขึ้น 1.09 เท่า แสดงให้เห็นถึงการยกระดับประสิทธิภาพเพื่อลูกค้าทั้งสองแบรนด์อย่างทั่วถึง โดยเฉพาะการใช้งาน 5G บนคลื่น 2600 MHz สำหรับดีแทค และ 4G บนคลื่น 2300 MHz ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นสำหรับทรู

การยกระดับโครงข่ายนี้ยังรวมถึงการนำคลื่น 2600 MHz มาอัปเกรดใช้งาน 5G ได้เต็มแบนด์วิดท์ 90 MHz และการใช้เทคโนโลยี Dynamic Spectrum Sharing (DSS) เพื่อใช้งานคลื่นความถี่ร่วมกันได้อย่างยืดหยุ่นระหว่าง 5G และ 4G บนคลื่น 2600 MHz โดยมีแผนก้าวต่อไปในการเพิ่มความจุและประสิทธิภาพด้วยการนำคลื่น 2300 MHz มาทำ 5G ร่วมกับคลื่น 2600 MHz และนำคลื่น 1500 MHz ซึ่งเป็นคลื่นใหม่มาเสริมประสบการณ์ 5G และ 4G ให้รวดเร็วและเสถียรยิ่งขึ้น

มิติใหม่แห่งความยั่งยืน และการันตีจากสถาบันระดับโลก

นอกจากประโยชน์ด้านความเร็วและความครอบคลุม การทำ Network Modernization ยังส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญ ด้วยการลดเสาซ้ำซ้อนและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพผ่านเทคโนโลยี AI และ Machine Learning ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนลงได้ถึง 15-20% สอดคล้องกับเป้าหมายของทรู คอร์ปอเรชั่นที่มุ่งสู่การปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2573

คุณภาพเครือข่ายที่เหนือชั้นนี้ยังได้รับการรับรองจากสถาบันระดับโลกอย่าง nPerf ที่ยืนยันว่า True 5G ครองตำแหน่งเครือข่ายที่ดีที่สุดในประเทศไทยถึง 9 ปีซ้อน โดยเฉพาะด้านความเร็วอัปโหลด และค่า Latency ที่ต่ำที่สุด เมื่อผนวกกับจุดเด่นของดีแทคด้านคุณภาพการใช้งานจริง (Quality of Experience) ทั้งการท่องเว็บและการสตรีมมิ่ง โครงการ “One Network” จึงไม่ใช่เพียงการควบรวม แต่คือการสร้างอนาคตใหม่ของวงการโทรคมนาคมไทย เพื่อมอบประสบการณ์การสื่อสารที่ยั่งยืนและเหนือกว่าแก่ลูกค้าทุกคน

Gartner ยก Ericsson ผู้นำ 5 ปีซ้อน ชูโซลูชัน 5G RAN เหนือคู่แข่ง

Scroll to Top