สหภาพแรงงานไทยพาณิชย์ประกาศชุมนุมทุกวัน บีบผู้บริหารทบทวนแผนปิดสาขาและลดพนักงานเหลือ 1.5 หมื่นคน

รายงานข่าวจากธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า สหภาพแรงงานธนาคารไทยพาณิชย์ได้ประกาศที่จะชุมนุมเรียกร้องหาความชอบธรรม กรณีที่ นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ประกาศแผนงานและกลยุทธ์การทำธุรกิจในช่วงของการเปลี่ยนแปลงสู่เทคโนโลยีดิจิทัล โดยจะลดจำนวนสาขาลงเหลือ 400 สาขา และลดจำนวนหนักงานเหลือ 1.5 หมื่นคน ภายใน 3 ปี โดยหนักงานจะใช้เวลาในช่วง 12.00-12.45 น.ทุกวันมารวมตัวชุมนุมที่หน้าสำนักงานใหญ่ รัชโยธิน จนกว่าจะมีการแก้ไขปัญหา โดยจะเริ่มตั้งแต่ 26 ม.ค.นี้ เป็นต้นไป ซึ่งทางสหภาพคาดว่าจะมีผู้มาชุมนุมวันละ 300 คน
รายงานข่าวระบุว่า ทางพนักงานเห็นว่าวิกฤตของธนาคารที่เกิดขึ้นมาจากการบริหารงานผิดพลาด ทำให้สำรองหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้น
นายไวทิต ศิริสุวรรณ ประธานสหภาพแรงงานธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า สหภาพแรงงานได้ทำหนังสือเสนอไปยังผู้บริหารธนาคารขอให้มีการทบทวนนโยบาย เพราะทำให้พนักงานขาดขวัญและกำลังใจในการทำงานอย่างมากจากนโยบายที่ได้ประกาศออกไปสู่สาธารณชน ทางสหภาพขอให้ธนาคารทบทวนใน 6 ประเด็น คือ 1.ขอให้ธนาคารแก้ไขทบทวนการพิจารณาการปรับขึ้นเงินเดือนและเกรดผลงาน (โดยเฉพาะเกรดผลงาน 1-2) 2.โครงสร้างเงินเดือนใหม่ที่รับปากไว้ 3.กระบอกเงินเดือนตัน
4.ปรับขั้นเงินเดือน ลูกจ้างแม่บ้าน นักการ พนักงานบริการ 1-3 5.ทบทวนธนาคารเปิดโครงการเกษียณอายุการทำงานก่อนกำหนด (เออร์ลี่ รีไทร์) 6.กรณียุบควบรวมหน่วยงาน ห้ามบังคับพนักงาน หรือกลั่นแกล้งให้พนักงานมีผลกระทบในทุกกรณี ทั้งเรื่องการย้ายไปปฏิบัติตามที่นายจ้างสั่ง โดยพนักงานได้รับผลกระทบ
ทั้งนี้ ทางสหภาพแรงงานไทยพาณิชย์ได้ขอให้มีการเจรจาระหว่างสหภาพและผู้บริหารในวันที่ 29 ม.ค.นี้
“เบื้องต้นสหภาพฯ ยังไม่มีมติว่าจะส่งตัวแทนเข้าหารือหรือไม่ จนกว่าจะชัดเจนว่าการหารือเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ 6 ข้อเสนอที่ขอให้ทางธนาคารทบทวน เพราะประเด็นเหล่านี้ได้ส่งผลกระทบต่อพนักงานธนาคารกว่า 5,000 คนในระยะสั้น จากพนักงานที่มีอยู่ 2 หมื่นคน และส่วนใหญ่เป็นพนักงานระดับล่าง ตามแนวทางธนาคาร การปรับลดสาขา โอนย้ายพนักงาน และเกณฑ์การปรับขึ้นเงินเดือนที่ต่ำกว่าปกติ จะเป็นการส่งผลทางตรงและทางอ้อมต่อพนักงาน แม้ไม่มีการระบุว่าจะเลิกจ้าง แต่การโอนงานที่ไม่ถนัด หรือผลการตอบแทนต่ำกว่าที่ได้หารือกับพนักงาน จะนำไปสู่ผลกระทบที่เกิดขึ้น” นายไวทิต กล่าว

Related Posts

Scroll to Top