บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL ประกาศความสำเร็จในรายงานประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 เติบโตอย่างแข็งแกร่งทั้งรายได้และกำไร โดยทำรายได้รวมได้ถึง 6,975 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเติบโตขึ้นจากไตรมาส 4/2568
ไฮไลต์สำคัญในไตรมาสนี้คือ CENTEL มีกำไรสุทธิสูงถึง 2,143 ล้านบาท พุ่งทะยาน 186% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) ผลจากการขายสินทรัพย์ของกิจการร่วมค้า Centara Osaka Tokutei Mokutei Kaisha เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 ตามกลยุทธ์การหมุนเวียนเงินลงทุน ทำให้รับรู้ส่วนแบ่งกำไรสุทธิตามวิธีส่วนได้เสียสูงถึง 1,087 ล้านบาท โดยสัดส่วนรายได้หลักมาจากธุรกิจโรงแรม 54% และธุรกิจอาหาร 46%
เจาะลึกกลุ่มธุรกิจโรงแรม ทำรายได้รวมได้ 3,754 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% และกวาดกำไรสุทธิ 845 ล้านบาท เติบโต 22% ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการเติบโตของ โรงแรมเซ็นทารา มิราจ ลากูน มัลดีฟส์ ในช่วงเริ่มเปิดดำเนินการ (ramp-up) ประกอบกับการรับรู้รายได้ของ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ ลากูน มัลดีฟส์ ที่เปิดบริการตั้งแต่เมษายน 2568 รวมถึงผลประกอบการที่ยอดเยี่ยมของโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ มิราจ บีช รีสอร์ท พัทยา และโรงแรมเซ็นทารา กะรน ภูเก็ต
ด้านธุรกิจอาหาร ทำรายได้รวม 3,221 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% โดยมีอัตราการเติบโตจากยอดขายสาขาเดิม (SSS) และยอดขายรวม (TSS) อยู่ที่ 1% (ไม่รวมแบรนด์ร่วมทุนและเดอะ เทอเรส) แบรนด์ที่สร้างการเติบโตได้ดีในไตรมาสนี้ ได้แก่ คัตซึยะ และ คีอานิ
นอกจากสะท้อนความแข็งแกร่งด้านตัวเลขแล้ว CENTEL ยังตอกย้ำความเป็นเลิศระดับสากลด้วยรางวัลและอันดับความน่าเชื่อถือในปี 2569 อาทิ การติดอันดับแบรนด์ชั้นนำด้านภาพลักษณ์ความยั่งยืนจาก Brand Finance Sustainability Perceptions Index 2026, รางวัล Friendly Design Awards และรางวัล DestinAsian Readers’ Choice Awards 2026 ที่มอบให้แก่ เซ็นทารา รีเซิร์ฟ สมุย และเซ็นทารา แกรนด์ ลากูน มัลดีฟส์







