ซีอีโอบางจากฯ พลิกนิยามความยั่งยืนในงานสัมมนาใหญ่ ชี้เทรนด์ ESG ไม่ใช่แค่การบริจาค แต่คือหัวใจของธุรกิจยุคใหม่ เผยวิสัยทัศน์ “ดักทางลิเธียม-ลุยพลังงานความร้อนใต้พิภพ” พร้อมกางแผนรวมพลังอาเซียนตั้งมาตรฐานคาร์บอนเครดิตร่วม เพื่อสร้างอำนาจต่อรองในเวทีโลก
ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. บางจาก คอร์ปอเรชัน ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในหัวข้อ “THE SUSTAINABILITY IMPERATIVE : ESG as a Core Business Strategy” โดยย้ำชัดว่า ESG (Environment, Social, and Governance) ต้องไม่ใช่แค่กิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) แบบเดิมๆ ที่รอรับบริจาค แต่ต้องเป็น “ESG ที่กินได้” หรือการเปลี่ยนความยั่งยืนให้กลายเป็นโมเดลธุรกิจที่สร้างกำไรได้จริง (Turn ESG into Business)
หนึ่งในกรณีศึกษาที่น่าสนใจคือการอ่านเกม “Energy Transition” ของบางจากฯ ตั้งแต่ 10 ปีก่อน ด้วยการลงทุนในธุรกิจเหมืองลิเธียม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของแบตเตอรี่รถยนต์ EV ส่งผลให้บริษัทสามารถทำกำไรจากการขายหุ้นในช่วงวิกฤตโควิด-19 ได้สูงถึง 5 เท่า หรือประมาณ 5,000 ล้านบาท พร้อมยังคงถือสิทธิ์ซื้อผลิตภัณฑ์ (Offtake Rights) ในต้นทุนที่ต่ำกว่าราคาตลาดมหาศาล
นอกจากนี้ บางจากฯ ยังมองข้ามช็อตการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ (Solar) และลม (Wind) ที่มีข้อจำกัดเรื่องช่วงเวลาการผลิต ไปสู่ “พลังงานความร้อนใต้พิภพ” (Geothermal) ในอินโดนีเซีย ซึ่งสามารถผลิตไฟฟ้าได้ต่อเนื่องถึง 90% ของเวลาทั้งหมด (Base Load) ตอบโจทย์ความต้องการใช้ไฟตลอด 24 ชั่วโมงของกลุ่ม Data Center และ AI ในยุคปัจจุบัน
ผนึกอาเซียนตั้ง ASEAN Common Carbon Framework
ในมิติของคาร์บอนเครดิต บางจากฯ ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้ง Carbon Markets Club เล็งเห็นปัญหาการตั้งกำแพงภาษีและมาตรฐานของสหภาพยุโรป (EU) ที่เสี่ยงต่อการถูกมองว่าเป็น “ฟอกเขียว” (Greenwashing) หากมาตรฐานไม่ตรงกัน
คุณชัยวัฒน์ เสนอทางออกด้วยการสร้างอำนาจต่อรองระดับภูมิภาค ผ่านการผลักดัน ASEAN Common Carbon Framework ร่วมกับมาเลเซีย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ เพื่อสร้างมาตรฐานคาร์บอนเครดิตร่วมกันของอาเซียนที่มีประชากรรวมกว่า 600 ล้านคน ให้เป็นกลุ่มเศรษฐกิจที่ยุโรปต้องยอมรับฟัง
“G” (Governance) เกราะป้องกันความเสี่ยงที่จับต้องได้
สำหรับตัว “G” หรือธรรมาภิบาล คุณชัยวัฒน์ ย้ำว่านี่คือจุดแข็งที่เป็น DNA ของบางจากฯ มาตลอด 40 ปี แม้จะมีผู้ถือหุ้นใหญ่อย่างกระทรวงการคลัง กองทุนวายุภักษ์ และสำนักงานประกันสังคม แต่โครงสร้างการบริหารไม่มีใครมีอำนาจเบ็ดเสร็จ (Controlling Shareholder) ทำให้เกิดการตรวจสอบและถ่วงดุล (Check and Balance) ที่ดีเยี่ยม สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนในระยะยาว
–“Tree of Tomorrow” ศิลปะจากวัสดุหมุนเวียน ยกระดับความยั่งยืนสู่ไลฟ์สไตล์







