อาคารเก่าทั่วโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายในการจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย โรงแรมเก่าแก่อายุกว่า 400 ปี อย่างโรงแรมกรองด์โมนาร์ค ในเมืองชาทร์ ประเทศฝรั่งเศส ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า การปรับปรุงอาคารไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดพลังงาน แต่ยังสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันได้อย่างน่าสนใจ
โรงแรมกรองด์โมนาร์ค ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นที่พักของผู้เดินทาง ปัจจุบันกำลังปรับตัวให้สอดคล้องกับกฎระเบียบด้านการอนุรักษ์พลังงานของสหภาพยุโรป เช่นเดียวกับอาคารขนาดเล็กและขนาดกลางอื่นๆ ทั่วโลก ซึ่งคิดเป็นถึง 90% ของอาคารพาณิชย์ทั้งหมด การปล่อยปละละเลยเรื่องประสิทธิภาพพลังงานในอาคารเหล่านี้ กำลังเป็นอุปสรรคสำคัญต่อเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของโลก
อย่างไรก็ตาม ข่าวดีคือ การลงทุนในเทคโนโลยีประหยัดพลังงานไม่ได้เป็นเพียงภาระ แต่เป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า มานิช กูมาร์ รองประธานบริหาร ชไนเดอร์ อิเล็คทริค กล่าวว่า โดยเฉลี่ยแล้ว บริษัทที่ลงทุนในเทคโนโลยีดังกล่าวจะสามารถคืนทุนได้ภายใน 2 ปี ซึ่งโรงแรมกรองด์โมนาร์คเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน โดยการนำแพลตฟอร์มดิจิทัล EcoStruxureTM Building Activate มาใช้ โรงแรมสามารถลดการใช้พลังงานลงได้ถึง 15% และคืนทุนได้ภายในเวลาเพียง 6 เดือน
เบ็กกี เทเลอร์ กรรมการบริหารของ Arup เสริมว่า อุปสรรคสำคัญในการจัดการพลังงานคือการขาดความเข้าใจว่าอาคารทำงานอย่างไร แต่ด้วยข้อมูลเชิงลึกจากระบบดิจิทัล ทำให้ธุรกิจสามารถเข้าใจการทำงานของระบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบทำความร้อน ทำความเย็น หรือระบบปรับอากาศ และปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของระบบเหล่านั้นได้อย่างเหมาะสม
สำหรับโรงแรมกรองด์โมนาร์ค ที่มีการรวมระบบต่างๆ เข้าด้วยกัน ทำให้การใช้พลังงานมีความซับซ้อน แต่ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้เข้ามาช่วยติดตั้งเซ็นเซอร์ดิจิทัลและอบรมการใช้งานซอฟต์แวร์ EcoStruxureTM Building Activate ทำให้โรงแรมสามารถมองเห็นข้อมูลการใช้พลังงานได้อย่างชัดเจน
แบร์ทร็อง ฌาเลอรา เจ้าของโรงแรม กล่าวว่า ข้อมูลเชิงลึกนี้ช่วยให้พวกเขาทราบว่าพลังงานส่วนใหญ่ถูกใช้ไปในส่วนใด ทำให้สามารถวางแผนปรับปรุงการใช้พลังงานได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ
ไม่เพียงแต่โรงแรมเท่านั้น องค์กรที่มีอาคารขนาดเล็กและขนาดกลางหลายแห่งทั่วโลก ยังสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างมากจากการขยายการใช้โซลูชั่นเหล่านี้ การรวมศูนย์การควบคุมระบบต่างๆ เช่น ระบบแสงสว่าง HVAC และระบบทำความเย็น ช่วยให้ประหยัดพลังงานได้มากยิ่งขึ้น ผลการศึกษาของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค พบว่า การติดตั้งระบบตรวจสอบและควบคุมพลังงานอัตโนมัติ สามารถประหยัดพลังงานได้มากถึง 48% และลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 60%
ในขณะที่ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางอาจกังวลเกี่ยวกับภาระทางการเงินในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน รัฐบาลทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญกับเรื่องนี้และเริ่มมีโครงการสนับสนุนด้านเงินทุนต่างๆ เพื่อช่วยให้ธุรกิจเหล่านี้สามารถเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานได้ง่ายขึ้น
การให้ความสำคัญกับการปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงานจึงไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจทุกขนาด เพื่อลดต้นทุน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กรในระยะยาว โรงแรมกรองด์โมนาร์ค และอีกหลายๆ แบรนด์ กำลังแสดงให้เห็นว่า การลงทุนในเทคโนโลยีประหยัดพลังงานคือทางลัดสู่การเพิ่มมูลค่าและสร้างชื่อเสียงในฐานะธุรกิจที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง
–TU รับเงินกู้ Blue Loan 5 พันล้านบาทจาก ADB มุ่งเลี้ยงกุ้งยั่งยืน พร้อมรับมือ Climate Change







