เปิดตัว Apple Watch Series 11 อย่างเป็นทางการ พร้อมชูโรงด้วยนวัตกรรมการแจ้งเตือนภาวะความดันโลหิตสูง (Hypertension Notifications) ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักของโรคหัวใจและหลอดเลือดที่ส่งผลกระทบต่อประชากรโลกกว่า 1.3 พันล้านคน และมักไม่ถูกตรวจพบเนื่องจากไม่มีอาการ โดยฟีเจอร์นี้จะทำงานอยู่เบื้องหลังเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลจากเซ็นเซอร์วัดหัวใจแบบออปติคอลเป็นระยะเวลา 30 วัน หากพบสัญญาณความดันโลหิตสูงอย่างต่อเนื่อง จะทำการแจ้งเตือนผู้ใช้งานทันที
การพัฒนาฟีเจอร์นี้อยู่บนพื้นฐานของการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่เข้มงวด ด้วยการใช้เทคโนโลยี Machine Learning และข้อมูลจากผู้เข้าร่วมการศึกษามากกว่า 100,000 คน และผ่านการตรวจสอบความถูกต้องในงานวิจัยทางคลินิกที่มีผู้เข้าร่วมกว่า 2,000 คน โดย Apple คาดการณ์ว่าภายในปีแรก ฟีเจอร์นี้จะสามารถแจ้งเตือนผู้ใช้งานที่ยังไม่เคยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูงได้มากกว่า 1 ล้านคน
นอกเหนือจากฟีเจอร์ด้านสุขภาพที่ล้ำสมัยแล้ว Apple Watch Series 11 ยังมาพร้อมการอัปเกรดที่สำคัญอีกมากมาย:
- แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานขึ้น: ตัวเรือนที่บางและเบาลงกว่าเดิมแต่ให้แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานถึง 24 ชั่วโมง และรองรับการชาร์จเร็ว โดยชาร์จเพียง 15 นาที ก็สามารถใช้งานได้นานถึง 8 ชั่วโมง
- หน้าจอทนทานกว่าเดิม: กระจก Ion-X ในรุ่นอะลูมิเนียมมีความทนทานต่อการขีดข่วนเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า โดยใช้กระบวนการเคลือบเซรามิกเฉพาะของ Apple ในขณะที่รุ่นไทเทเนียมยังคงใช้ผลึกแซฟไฟร์ที่แข็งแกร่งที่สุด
- รองรับ 5G Cellular: เพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่อให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งการโทร ส่งข้อความ และการดาวน์โหลดเพลงหรือพอดแคสต์
- ฟีเจอร์ “Sleep Score”: ช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าใจคุณภาพการนอนหลับของตนเองได้ดียิ่งขึ้น ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ เช่น ระยะเวลาการนอน ความสม่ำเสมอในการเข้านอน และช่วงเวลาที่ใช้ในแต่ละระยะของการหลับ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถปรับปรุงพฤติกรรมเพื่อการพักผ่อนที่มีคุณภาพมากขึ้น
Apple Watch Series 11 ยังมาพร้อม watchOS 26 ที่นำเสนอประสบการณ์ใหม่ๆ เช่น “Workout Buddy” ที่ใช้ Apple Intelligence เพื่อให้คำแนะนำและแรงบันดาลใจในการออกกำลังกายแบบเฉพาะบุคคล, ดีไซน์ซอฟต์แวร์ “Liquid Glass” ที่ดูสวยงามและลื่นไหล, และท่าทางการสะบัดข้อมือเพื่อควบคุมการใช้งานที่สะดวกยิ่งขึ้น
สำหรับสีตัวเรือน Apple Watch Series 11 มีให้เลือกในรุ่นอะลูมิเนียม ได้แก่ สีเทาสเปซเกรย์ใหม่, สีเจ็ตแบล็ค, สีโรสโกลด์, และสีเงิน รวมถึงรุ่นไทเทเนียมขัดเงาในสีธรรมชาติ, สีทอง และสีสเลท
โดย Apple Watch Series 11 จะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันศุกร์ที่ 19 กันยายนนี้เป็นต้นไป เริ่ม $399 ดอลลาร์
–Apple Watch Ultra 3 จอใหญ่ขึ้น แบตอึด 42 ชม. และฟีเจอร์ช่วยชีวิตผ่านดาวเทียม







