เตือนแบงก์ไทยเสี่ยงสูงกว่าโลก! ผู้บริหารชี้ AI Agents คือภัยคุกคามอันดับ 1

เตือนแบงก์ไทยเสี่ยงสูงกว่าโลก! ผู้บริหารชี้ AI Agents คือภัยคุกคามอันดับ 1

สถาบันการเงินทั่วโลกกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งใหญ่จากอาชญากรรมไซเบอร์ ผลสำรวจล่าสุดเผยให้เห็นว่า “AI Agents” กำลังกลายเป็นช่องโหว่และภัยคุกคามอันดับหนึ่งของอุตสาหกรรมการเงิน โดยเฉพาะในประเทศไทยที่กำลังเผชิญความเสี่ยงและความเสียหายจากการฉ้อโกงในระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกอย่างน่ากังวล

BioCatch บริษัทด้านการป้องกันการฉ้อโกงและอาชญากรรมทางการเงิน ได้ทำการสำรวจผู้บริหารระดับสูงด้านการบริหารความเสี่ยง การกำกับดูแล และการป้องกันการฟอกเงิน (AML) จำนวน 1,440 คน จาก 25 ประเทศทั่วโลก รวมถึงผู้เชี่ยวชาญในภาคธนาคารของไทยจำนวน 80 คน พบข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับแนวโน้มภัยคุกคามทางการเงินประจำปี 2569 ดังนี้

วิกฤตความเสี่ยงภาคธนาคารไทยพุ่งสูงเกินค่าเฉลี่ยโลก

ผลสำรวจสะท้อนให้เห็นว่า สถาบันการเงินในประเทศไทยกำลังเผชิญความเสี่ยงและปริมาณภัยคุกคามในสัดส่วนที่สูงกว่าภาพรวมของตลาดโลกในเกือบทุกมิติ

  • ความเสียหายทางการเงินเพิ่มขึ้น: ผู้บริหารธนาคารไทยถึง 88% รายงานว่าองค์กรได้รับความเสียหายจากการฉ้อโกงเพิ่มขึ้นจากปีก่อน (สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกซึ่งอยู่ที่ 76%) โดยมีถึง 49% ที่ระบุว่าองค์กรสูญเสียเงินมากกว่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี
  • ปริมาณภัยคุกคามและความซับซ้อน: 96% ของผู้ตอบแบบสำรวจในไทยชี้ว่า ความพยายามในการฉ้อโกงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่า AI มีส่วนทำให้กลโกงมีความซับซ้อนขึ้นอย่างมาก (สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 88%)
  • เผชิญหน้ากับภัย AI แล้ว: ธนาคารในไทยถึง 93% ระบุว่าเคยพบการโจมตีจาก Agentic AI และอีก 61% กำลังรับมือกับภัยคุกคามในรูปแบบ Automated Phishing ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่อยู่ที่ 80% และ 48% ตามลำดับ

AI Agents ช่องโหว่ใหม่ที่ยากต่อการคัดกรอง

ผู้บริหารธนาคารทั่วโลกราว 84% มองว่า AI Agents จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่มิจฉาชีพนำมาใช้โจมตีระบบการเงินในอีก 12 เดือนข้างหน้า แต่สำหรับประเทศไทย ผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญไทยทั้ง 100% เต็ม ต่างเห็นตรงกันว่า AI Agents คือความเสี่ยงสำคัญอันดับหนึ่งที่ต้องเฝ้าระวัง

นอกจากนี้ แบงก์ไทยยังต้องเผชิญกับความท้าทายในการยืนยันตัวตน โดย 94% ยอมรับว่า การแยกแยะระหว่าง AI Agent ที่ถูกต้องตามกฎหมาย กับ AI Agent ที่เป็นภัยคุกคาม เป็นเรื่องที่ทำได้ยากมากถึงยากอย่างยิ่ง ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 72% อย่างมีนัยสำคัญ

ภาพรวมความเสียหายทั่วโลกและการรักษาฐานลูกค้า

สถานการณ์ในระดับสากลพบว่า การฉ้อโกงทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีองค์กรที่รายงานว่าพบความพยายามฉ้อโกงเพิ่มขึ้นจาก 71% ในปี 2568 เป็น 81% ในปี 2569 ในด้านมูลค่าความเสียหาย เกือบครึ่งหนึ่งของสถาบันการเงินทั่วโลกสูญเสียเงินมากกว่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี โดยมี 20% ที่สูญเสียมากกว่า 25 ล้านเหรียญสหรัฐ และอีก 5% สูญเสียสูงเกินกว่า 50 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี

ท่ามกลางวิกฤตนี้ แบงก์ทั่วโลกยังต้องรักษาสมดุลระหว่างความปลอดภัยและประสบการณ์ของลูกค้า เนื่องจากผู้บริหาร 68% ยอมรับว่า มาตรการป้องกันการฉ้อโกงและการชดเชยความเสียหายในปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดการสูญเสียลูกค้า โดย 56% เกิดจากลูกค้าไม่ได้รับการชดเชย และอีก 44% เลือกเลิกใช้บริการเพราะกระบวนการรักษาความปลอดภัยมีความยุ่งยากเกินไปในการทำธุรกรรมประจำวัน

ทางออกคือความร่วมมือ และ จุดแข็งของระบบการเงินไทย

ผู้บริหารภาคธนาคารของไทยกว่า 96% เชื่อว่า การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองระหว่างสถาบันการเงินจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันได้ และ 93% ต้องการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับบัญชีปลายทาง เพื่อหยุดยั้งธุรกรรมต้องสงสัยได้อย่างทันท่วงที

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจชี้ว่าประเทศไทยมีจุดแข็งที่โดดเด่นในเรื่อง ความสามารถในการตรวจจับบัญชีม้า ก่อนที่เงินจะถูกโอนออกจากระบบ โดยมีผู้บริหารธนาคารไทยเพียง 14% เท่านั้นที่ระบุว่า มักตรวจพบหลังจากเงินโอนออกไปแล้ว ซึ่งทำผลงานได้ดีกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ประสบปัญหานี้สูงถึง 31%

สามารถดูรายงานฉบับเต็มแบบอินเทอร์แรกทีฟ หรือดาวน์โหลดรายงานฉบับ PDF เพื่อดูผลการสำรวจทั้งหมด

ฟอร์ติเน็ต จับมือ NVIDIA ยกระดับ ‘FortiAIGate’ เสริมความปลอดภัย AI ระดับองค์กรแบบ Zero-Trust

Scroll to Top