กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เดินหน้ามาตรการเชิงรุกปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเต็มสูบ ล่าสุดเผยสถิติระงับบัญชีม้ากลุ่มเสี่ยงสูงแล้วกว่า 3.65 ล้านบัญชี พร้อมเตรียมออกมาตรการคุมเข้มบัญชีธนาคารเยาวชน หลังพบถูกมิจฉาชีพดึงเข้าสู่วงจรนอมินี
ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีว่า รัฐบาลยังคงยกระดับภัยคุกคามไซเบอร์เป็น “วาระแห่งชาติ” โดยมุ่งเน้นการปิดช่องทางสร้างความเสียหายของสแกมเมอร์อย่างมีประสิทธิภาพ
เผยตัวเลขระงับบัญชีม้า-อายัดเงินเฉียด 8 พันล้าน
จากการดำเนินงานร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2569 ได้มีการประกาศรายชื่อบุคคลเสี่ยงสูง (HR-03) และระงับบัญชีม้าไปแล้วกว่า 2.46 แสนรายชื่อ รวมทั้งสิ้น 3.56 ล้านบัญชี โดยสามารถระงับเงินในบัญชีดังกล่าวได้มูลค่ารวมประมาณ 8,000 ล้านบาท ซึ่งข้อมูลรายชื่อเหล่านี้จะถูกส่งต่อให้กลุ่มสถาบันการเงิน Non-Bank กลุ่มรับแลกเปลี่ยนเงิน และผู้ประกอบการค้าทองคำ เพื่อใช้เฝ้าระวังอย่างเข้มข้น
คุมเข้มบัญชีเยาวชน หลังพบเอี่ยวสแกมเมอร์กว่า 6,500 ราย
ประเด็นสำคัญที่น่าจับตาคือ คณะกรรมการฯ กำลังพิจารณาปรับเกณฑ์การดูแล “บัญชีธนาคารของเยาวชน” หลังตรวจสอบพบว่ามีบัญชีกลุ่มนี้เกี่ยวข้องกับวงจรบัญชีม้ากว่า 6,500 บัญชี โดยอาจมีการจำกัดวงเงินการโอนและการถอนให้เหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพใช้เด็กและเยาวชนเป็นเครื่องมือในการรับเงินผิดกฎหมาย
ผนึกกำลัง DBD ปราบ “นอมินี” – กสทช. ลุย Sandbox สัญญาณชายแดน
นอกจากการจัดการบัญชีบุคคลธรรมดาแล้ว กระทรวงดีอียังได้ลงนาม MOU ร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) เพื่อป้องกันการใช้ชื่อนิติบุคคลมาทำหน้าที่เป็นนอมินีในการก่ออาชญากรรมออนไลน์ ขณะที่ทางสำนักงาน กสทช. เตรียมทดลองโมเดล Sandbox ในจังหวัดสระแก้ว เพื่อจัดการสัญญาณโทรคมนาคมบริเวณชายแดน โดยจะเปิดให้ใช้งานได้เฉพาะเบอร์ที่ลงทะเบียนถูกต้องเท่านั้น เพื่อตัดช่องทางการสื่อสารของกลุ่มคอลเซ็นเตอร์
เร่งเยียวยาผู้เสียหาย คืนเงินบัญชีที่ตรวจสอบแล้ว
สำหรับมาตรการเยียวยา คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาหลักเกณฑ์การคืนเงินให้กับผู้เสียหาย โดยเร่งรัดในส่วนของบัญชีธนาคารที่มีเส้นทางการเงินชัดเจนและตรวจสอบแล้วว่าไม่เกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้บริสุทธิ์โดยเร็วที่สุด
“เรามุ่งมั่นดำเนินการอย่างสุดความสามารถ เพราะเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติที่สำคัญมาก โดยเฉพาะในภาวะที่ประชาชนต้องเผชิญกับปัจจัยทางเศรษฐกิจ การปราบปรามสแกมเมอร์จึงต้องทำอย่างต่อเนื่องเพื่อปกป้องทรัพย์สินของคนไทย” ไชยชนก กล่าวทิ้งท้าย
–ธุรกิจอาเซียนระวัง! ‘สปายแวร์’ พุ่ง 18% แฉกลโกงใหม่เจาะลึกข้อมูลองค์กร







