เจาะเทรนด์องค์กรยุคใหม่! 90% แห่ใช้โมเดลไฮบริด-เอาต์ซอร์ส SOC รับมือภัยไซเบอร์ 24 ชม.

เจาะเทรนด์องค์กรยุคใหม่! 90% แห่ใช้โมเดลไฮบริด-เอาต์ซอร์ส SOC รับมือภัยไซเบอร์ 24 ชม.

ผลวิจัยล่าสุดจาก แคสเปอร์สกี้ (Kaspersky) เผยจุดเปลี่ยนสำคัญในการรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ เมื่อองค์กรทั่วโลกเกือบ 90% ตัดสินใจปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การบริหารจัดการความปลอดภัย โดยหันไปพึ่งพาโมเดล SOC (Security Operations Center) แบบเอาต์ซอร์สและไฮบริด มากขึ้น เพื่ออุดช่องว่างด้านความเชี่ยวชาญและการป้องกันที่ต้องทำตลอด 24 ชั่วโมง

ทำไมองค์กรถึงเลือก Outsourcing SOC?

ท่ามกลางความซับซ้อนของภัยคุกคามที่ทวีความรุนแรง ผลสำรวจพบว่ามีองค์กรเพียง 9% เท่านั้นที่ยังคงเลือกสร้างและบริหารจัดการศูนย์ SOC ภายในเองทั้งหมด ขณะที่ 64% เลือกใช้โมเดลไฮบริด (ผสมผสานทีมในและนอก) และอีก 26% พร้อมขยับสู่โมเดล SOC-as-a-Service (SOCaaS) แบบเต็มรูปแบบ

แรงจูงใจหลักที่ผลักดันการตัดสินใจนี้ ได้แก่:

  • การเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง (55%): ความจำเป็นในการดูแลความปลอดภัยแบบไม่มีวันหยุด ซึ่งทีมภายในมักมีข้อจำกัดด้านบุคลากร
  • ลดภาระงานทีมไอที (47%): ช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญภายในองค์กรสามารถโฟกัสกับงานวางแผนเชิงกลยุทธ์ได้มากขึ้น
  • เข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูง (42%): การนำเครื่องมือระดับโลกอย่าง XDR และ MDR มาใช้โดยไม่ต้องลงทุนมหาศาลเอง
  • การปฏิบัติตามมาตรฐานสากล (41%): มั่นใจได้ว่าการดำเนินงานสอดคล้องกับข้อกำหนดและมาตรฐานความปลอดภัย

เจาะลึกงานที่องค์กรไว้วางใจผู้เชี่ยวชาญภายนอก

การเอาต์ซอร์สไม่ได้เป็นเพียงการจ้างดูแล แต่เป็นการดึงมืออาชีพมาช่วยในจุดวิกฤต โดยงานที่ถูกส่งต่อให้ผู้ให้บริการภายนอกมากที่สุดคือ การติดตั้งและใช้งานโซลูชัน (55%) และการพัฒนาเตรียมระบบ (53%) นอกจากนี้ องค์กรยังมีความต้องการ “นักวิเคราะห์ระดับแนวหน้า” (Tier 1 Analysts) สูงถึง 61% เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบและตอบสนองต่อภัยคุกคามในด่านแรก

มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ เซอร์เกย์ โซลดาตอฟ หัวหน้าศูนย์ SOC ของแคสเปอร์สกี้ ระบุว่า แนวโน้มนี้เกิดจากความต้องการเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัว การโยกงานเทคนิคหรืองานรูทีนไปยังภายนอก ช่วยให้องค์กรประหยัดต้นทุนและเปลี่ยน SOC ให้กลายเป็นความสามารถเชิงกลยุทธ์ที่ส่งผลต่อความต่อเนื่องของธุรกิจโดยตรง

แนวทางสร้างศูนย์ SOC ให้แข็งแกร่งสำหรับองค์กร

สำหรับองค์กรที่ต้องการยกระดับความปลอดภัย แคสเปอร์สกี้แนะนำขั้นตอนสำคัญดังนี้:

  1. ใช้บริการที่ปรึกษา (SOC Consulting): เพื่อวางโครงสร้างพื้นฐานหรือปรับปรุงระบบเดิมให้มีประสิทธิภาพ
  2. ขับเคลื่อนด้วย AI: เลือกใช้โซลูชัน SIEM ที่มีระบบ AI ขั้นสูงในการวิเคราะห์และจัดเก็บ Data Log เพื่อความแม่นยำ
  3. การป้องกันแบบ Real-time: นำโซลูชันกลุ่ม EDR และ XDR มาใช้เพื่อเพิ่มการมองเห็นภัยคุกคามในทุกมิติ
  4. เสริมเขี้ยวเล็บด้วย Threat Intelligence: นำข้อมูลข่าวกรองภัยคุกคามเชิงลึกมาใช้ประกอบการตัดสินใจ เพื่อระบุความเสี่ยงได้ทันท่วงที

ทรู คอร์ปอเรชั่น ผนึก GASA ยกระดับไทยสู้ภัยมิจฉาชีพ ปั้นระบบนิเวศดิจิทัลปลอดภัย

Scroll to Top