OPPO Find X10 Pro Max ชูพลังกล้อง Hasselblad 200MP สามเลนส์ พร้อมชิป 2nm ตัวท็อป

OPPO Find X10 Pro Max ชูพลังกล้อง Hasselblad 200MP สามเลนส์ พร้อมชิป 2nm ตัวท็อป

OPPO เผยโฉม OPPO Find X10 Pro Max รุ่นท็อปสุดที่ชูความโดดเด่นด้านการถ่ายภาพระดับมืออาชีพ ภายใต้ความร่วมมือพัฒนากับแบรนด์กล้องระดับตำนานอย่าง Hasselblad พร้อมสร้างสถิติใหม่ด้วยระบบกล้อง Hasselblad Ultra-Clear ความละเอียดสูง 200 ล้านพิกเซล (200MP) ครบทั้ง 3 เลนส์ ตอบโจทย์การเก็บภาพทุกระยะด้วยคุณภาพระดับสตูดิโอ

ระบบกล้องหลัง “Triple 200MP” ประกอบไปด้วย กล้องหลัก Hasselblad Ultra-Dynamic ความละเอียด 200 ล้านพิกเซล เซนเซอร์ขนาดใหญ่ 1/1.3 นิ้ว รูรับแสงกว้าง F1.5 ทางยาวโฟกัสเทียบเท่า 24 มม. มาพร้อมเทคโนโลยีเซนเซอร์ DeepPix ที่พัฒนาร่วมกัน ให้ไดนามิกเรนจ์กว้างถึง 17 สต็อปเทียบชั้นกล้องภาพยนตร์ พร้อมระบบกันสั่นระดับ CIPA 6.5

ขณะที่กล้องอัลตราไวด์ความละเอียด 200 ล้านพิกเซล ใช้เซนเซอร์ขนาด 1/1.56 นิ้ว รูรับแสง F2.2 ทางยาวโฟกัส 13 มม. มุมมองกว้าง 124 องศา เพิ่มปริมาณแสงเข้าสู่เซนเซอร์สูงขึ้น 202% เสริมด้วยเลนส์คืนค่าสี Danxia รุ่นที่ 2 แบบ 24 ช่องสเปกตรัม และไดนามิกเรนจ์ 15 สต็อป เพื่อการประมวลผลสีที่แม่นยำเป็นธรรมชาติ

ด้านการซูมและการถ่ายภาพบุคคล มาพร้อมเลนส์เทเลโฟโต้ Hasselblad ความละเอียด 200 ล้านพิกเซล ขนาดเซนเซอร์ 1/1.56 นิ้ว รูรับแสง F2.1 ระยะ 70 มม. รองรับการถ่ายเทเลมาโครใกล้สุด 10 ซม. และระบบกันสั่นมาตรฐาน CIPA 7.5 เสริมความคมชัดของรายละเอียดและมิติภาพบุคคลในที่แสงน้อย

นอกจากนี้ OPPO ยังเปิดตัวอุปกรณ์เสริมชุดเลนส์เทเลคอนเวอร์เตอร์ OPPO Hasselblad (จำหน่ายแยก) รองรับช่วงระยะซูมเทียบเท่า 230 มม. ถึง 4600 มม. พร้อมระบบกันสั่นคู่ OIS + EIS รองรับการซูมแบบไม่สูญเสียรายละเอียด 20 เท่า และโหมดถ่ายเวทีคอนเสิร์ตโดยเฉพาะ

ด้านประสิทธิภาพและการประมวลผล OPPO Find X10 Pro Max ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง Dimensity 9600 Pro บนสถาปัตยกรรมระดับ 2 นาโนเมตร (2nm) ทำงานควบคู่กับเอนจินจัดการพลังงาน Tidal Engine รองรับการบันทึกวิดีโอระดับ 8K แบบเต็มระยะเลนส์ (8K Full Focal Range Movie Camera) และวิดีโอ 4K 60fps Dolby Vision ขณะที่ระบบปฏิบัติการขับเคลื่อนด้วย ColorOS 17 เวอร์ชันล่าสุด

ตัวเครื่องถ่ายทอดความประณีตตามแนวคิดการออกแบบสแกนดิเนเวีย ผสานงานดีไซน์โมดูลกล้องแบบประกบคู่ (Camera Stitching Design) กระจกฝาหลังแผ่นเดียวแต่ให้ผิวสัมผัส 2 รูปแบบด้วยกระบวนการขัดผิวสัมผัสแบบกำมะหยี่ด้านนุ่มมือ หน้าจอดีไซน์ขอบบางเท่ากันทั้งสี่ด้านแบบ Ultra-Narrow Equal-Width และเปิดตัวด้วย 3 เฉดสีเอกลักษณ์ ได้แก่ ขาวมุกจันทร์ (Moon White), ส้มอบอุ่น (Warm Orange) และสีเงินไทเทเนียม (Light Titanium)

ที่มา oppo.com

ผู้ใช้ iPhone 18 Pro เจอปัญหาเครื่องค้าง-รีบูตเอง พบไฟล์ “panic-full” ชี้โยงบั๊ก Face ID ในแอป