มีทั้งข่าวดีและข่าวร้ายสำหรับสาวก Samsung ที่กำลังรอคอยการมาถึงของ Galaxy S26 Series (คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคมปีหน้า) เมื่อรายงานล่าสุดระบุว่า Samsung เตรียมปรับขึ้นราคาวางจำหน่ายในเกาหลีใต้บ้านเกิด เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมจากสื่อเกาหลีใต้อย่าง FN News เปิดเผยว่า ราคาของ Galaxy S26 รุ่นความจุ 256GB ในเกาหลีใต้ อาจปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 44,000 ถึง 88,000 วอน เมื่อเทียบกับราคาเปิดตัวของ Galaxy S25 Series ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า Samsung อาจเลือกใช้นโยบาย “ตรึงราคา” เดิมไว้สำหรับบางตลาด เช่น สหรัฐอเมริกา ซึ่งคาดว่าจะมีราคาเริ่มต้นที่ 800 ดอลลาร์สำหรับรุ่นพื้นฐาน, 1,000 ดอลลาร์สำหรับรุ่น Plus และ 1,300 ดอลลาร์สำหรับรุ่น Ultra เพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วงแรกของการเปิดตัว
สาเหตุสำคัญของการปรับขึ้นราคาครั้งนี้หนีไม่พ้น “ต้นทุนชิ้นส่วน” ที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาแรม LPDDR5X ขนาด 12GB ที่เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากปีที่ผ่านมา และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอีก 40% ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ รวมถึงราคาหน่วยความจำแบบ NAND Flash ที่ขยับตัวสูงขึ้นเช่นกัน
นอกจากนี้ ปัจจัยเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนเงินวอนที่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ (แตะระดับกว่า 1,400 วอนต่อ 1 ดอลลาร์) ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการนำเข้าชิ้นส่วน โดยเฉพาะชิปเซ็ตจาก Qualcomm ซึ่ง Samsung ต้องจ่ายเงินสูงถึง 1.1 หมื่นล้านวอน (ประมาณ 7.6 พันล้านดอลลาร์) ในช่วงไตรมาสที่ 3 และ 4 ของปีที่ผ่านมา
เพื่อแก้ปัญหานี้ Samsung พยายามผลักดันการใช้ชิป Exynos ที่ผลิตเองเพื่อลดต้นทุนและผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่สำหรับ Galaxy S26 Series ข้อมูลที่ยังไม่เป็นทางการระบุว่า Samsung อาจจะเลือกใช้ชิป Snapdragon ในเกือบทุกตลาด ยกเว้นในเกาหลีใต้เพียงแห่งเดียวที่จะได้ใช้ชิปที่ผลิตในประเทศ
สำหรับกำหนดการเปิดตัว คาดว่า Samsung จะจัดงาน Galaxy Unpacked เพื่อเผยโฉม Galaxy S26 Series ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ณ เมืองซานฟรานซิสโก และจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในช่วงต้นเดือนมีนาคม ทั้งนี้ เทรนด์การปรับขึ้นราคายังส่งผลกระทบไปถึงรุ่นรองอย่าง Galaxy A56 ในบางประเทศที่มีรายงานว่าราคาจะขยับขึ้นเช่นเดียวกัน
–ต้นทุนชิป 2nm ของ TSMC สูงขึ้นเกือบเท่าตัว อาจกระทบราคาสมาร์ทโฟนรุ่นท็อป







