NT ผนึก 4 กรม ดันไทยสู่ยุคดิจิทัลเต็มตัว! พร้อมให้บริการ ATIGA e-Form D ผ่าน National Single Window ยกระดับโลจิสติกส์การค้า

NT ผนึก 4 กรม ดันไทยสู่ยุคดิจิทัลเต็มตัว! พร้อมให้บริการ ATIGA e-Form D ผ่าน National Single Window ยกระดับโลจิสติกส์การค้า

บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ในฐานะผู้ให้บริการระบบ National Single Window (NSW) ของประเทศไทย ประกาศความพร้อมเต็มที่ในการให้บริการเชื่อมโยงข้อมูล หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าแบบอิเล็กทรอนิกส์ ภายใต้ความตกลง ATIGA (ATIGA e-Form D) โดยร่วมกับ กรมศุลกากร และ 4 หน่วยงานภาครัฐสำคัญ ได้แก่ กรมประมง, กรมปศุสัตว์, กรมการค้าต่างประเทศ, และกรมการค้าภายใน ลงนามในบันทึกข้อตกลง (MOU) เพื่อบูรณาการข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ หวังอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออก ลดขั้นตอน ลดเวลา และค่าใช้จ่าย พร้อมปิดช่องว่างการทุจริต

NT ขับเคลื่อน THAI NSW สู่แพลตฟอร์มกลางการค้ายุคใหม่

วงกต วิจักขณ์สังสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานดิจิทัลและโซลูชัน บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า NT ในฐานะผู้ให้บริการระบบ THAI NSW (Thailand National Single Window) อย่างเป็นทางการ มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและยกระดับแพลตฟอร์มกลางนี้ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลการค้าระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน มุ่งสู่การเป็นระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทยที่มีความต่อเนื่องและเสถียรภาพ

เอกสาร ATIGA e-Form D ถือเป็นเอกสารใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าสำหรับสินค้าขาเข้าและขาออก ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการทำธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศ จากเดิมที่ต้องแลกเปลี่ยนในรูปแบบกระดาษ ขณะนี้ได้เปลี่ยนมาใช้รูปแบบดิจิทัลอย่างสมบูรณ์ ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงเอกสารดังกล่าวผ่านระบบ NSW ได้โดยตรง โดยที่ผู้ประกอบการไม่ต้องยื่นเอกสารกระดาษซ้ำซ้อน ช่วยให้การตรวจสอบสินค้าเป็นไปอย่างรวดเร็ว ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย

บริการ NSW ลดขั้นตอน ลดความเสี่ยงทุจริต

NT ดำเนินบทบาทเป็นผู้ให้บริการและพัฒนาแพลตฟอร์มการแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า-ส่งออก ผู้ประกอบการสามารถเข้ามาลงทะเบียนและใช้งานระบบได้ในรูปแบบระบบเปิด (Open System) ที่เข้าถึงได้ผ่านเว็บไซต์

วงกต เน้นย้ำว่า การเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบ National Single Window ไม่เพียงแต่ช่วยลดระยะเวลาและขั้นตอนการเดินทางของผู้ประกอบการในการยื่นเอกสาร แต่ยังเพิ่มความสามารถในการป้องกันการทุจริต (Fraud) หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำข้อมูลการนำเข้าและส่งออกที่วิ่งผ่านระบบมาประมวลผลและวิเคราะห์ร่วมกัน ก็จะช่วยปิดช่องโหว่และป้องกันการสวมสิทธิ์ได้ตามนโยบายของภาครัฐ

ปัจจุบัน ระบบ NSW ของไทยได้ครอบคลุมการเชื่อมต่อกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการขอใบอนุญาตเกือบทั้งหมดแล้ว และมีปริมาณธุรกรรมรวมทุกเอกสารที่วิ่งอยู่บนระบบประมาณ 5 แสนรายการในช่วง 8-9 เดือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม NT ยังคงเดินหน้าพัฒนาและขยายระบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับปริมาณธุรกรรมที่เพิ่มขึ้น ฟีเจอร์ใหม่ๆ และเอกสารที่เพิ่มเติม โดยเฉพาะการพัฒนาไปสู่เอกสารประเภท B2B (Business to Business) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการให้ครอบคลุมและก้าวสู่การเป็น One Stop Service ของการนำเข้า-ส่งออกอย่างแท้จริง

AIS ผนึก ETDA-กสทช. สร้างปรากฏการณ์ใหม่! เปิดตัว “AIS ID” บริการยืนยันตัวตนด้วยเบอร์มือถือ ยกระดับความปลอดภัยธุรกรรมออนไลน์สู่มาตรฐานสากล

Scroll to Top