Samsung จับมือ KBTG ปั้นนวัตกรรม AI ป้องกันภัยไซเบอร์ ตัดวงจรโกงก่อนโอนเงินจริง

Samsung จับมือ KBTG ปั้นนวัตกรรม AI ป้องกันภัยไซเบอร์ ตัดวงจรโกงก่อนโอนเงินจริง

ยุคที่มิจฉาชีพใช้ AI และ Deepfake ปลอมตัวตนได้อย่างแนบเนียนจนแยกไม่ออก การตั้งรับเพียงอย่างเดียวอาจไม่พออีกต่อไป ล่าสุด ซัมซุง (Samsung) ผู้นำด้านนวัตกรรมระดับโลก แท็กทีม KBTG ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีการเงินไทย ร่วมกับ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (CCIB) เปิดโปรเจกต์ใหญ่ Samsung x KBTG Digital Fraud Cybersecurity Hackathon เฟ้นหาโซลูชัน AI สายเลือดใหม่ที่มุ่งเน้นการ “ป้องกันตั้งแต่ต้นทาง” เพื่อหยุดยั้งความเสียหายก่อนที่เงินจะออกจากบัญชี

พลิกกลยุทธ์: จาก “ตามแก้” เป็น “ป้องกัน” ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ

ปัญหาภัยไซเบอร์ในไทยปัจจุบันไม่ได้เกิดจากความประมาท แต่เกิดจากรูปแบบการหลอกลวงที่ถูกออกแบบมาอย่างแยบยลเพื่อกดดันเหยื่อ สิทธิโชค นพชินบุตร President of Mobile Experience Division บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ระบุว่าความปลอดภัยไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่ต้องสร้างระบบนิเวศที่ปกป้องผู้ใช้ได้จริง โดยซัมซุงมุ่งเน้นการพัฒนา Samsung Knox ที่ป้องกันข้อมูลตั้งแต่ระดับฮาร์ดแวร์ และการใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบเพื่อเปลี่ยนวิกฤตความเชื่อมั่นดิจิทัลให้กลับคืนมา

ด้าน เรืองโรจน์ พูนผล ประธานกลุ่มบริษัท กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) เสริมว่าเมื่อ AI ถูกมิจฉาชีพนำมาใช้โจมตีได้รุนแรงขึ้น องค์กรเอกชนและรัฐจึงต้องรวมพลังกันสร้าง “ภูมิคุ้มกันดิจิทัล” การจัด Hackathon ครั้งนี้จึงเป็นเวทีสำคัญในการผลักดันไอเดียของคนรุ่นใหม่ให้กลายเป็นเครื่องมือที่ใช้งานได้จริงในสังคม

ตำรวจไซเบอร์ชี้: จุดตายคือ “ก่อนโอน”

พลตำรวจตรี นิเวศน์ อาภาวศิน รองผู้บัญชาการ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (CCIB) ให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า จุดที่ช่วยลดความเสียหายได้ดีที่สุดคือช่วงเวลาก่อนที่ธุรกรรมจะเกิดขึ้น เพราะเมื่อเงินถูกโอนออกไปแล้ว การติดตามคืนทำได้ยากมาก ระบบเตือนภัยและเครื่องมือที่ช่วยให้ประชาชน “หยุดคิด” ก่อนตัดสินใจจึงเป็นกุญแจสำคัญที่เทคโนโลยี AI จะเข้ามาตอบโจทย์นี้ได้

เผยโฉม 3 นวัตกรรม AI ผู้ชนะเตรียมต่อยอดใช้งานจริง

หลังจากการเคี่ยวกรำไอเดียอย่างเข้มข้น โครงการได้ประกาศผู้ชนะ 3 ทีมที่มีโซลูชันโดดเด่นและมีโอกาสนำไปใช้งานจริงเพื่อปกป้องคนไทย ดังนี้:

  • ทีม Bioguard Nexus (ชนะเลิศ): พัฒนา AI ป้องกันการสวมรอยและเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดกั้น “บัญชีม้า” อย่างแม่นยำ
  • ทีม AntiScam (รองชนะเลิศอันดับ 1): แพลตฟอร์มตรวจจับการฉ้อโกงทางเสียงแบบ Real-time พร้อมระบบอัจฉริยะแจ้งเตือนสายโทรศัพท์ที่น่าสงสัยทันที
  • ทีม AI With Sati (รองชนะเลิศอันดับ 1): แพลตฟอร์มสร้างความตระหนักรู้ผ่านสถานการณ์จำลอง (Interactive Simulation) ให้คนเท่าทันกลโกง AI

ชัยชนะครั้งนี้มาพร้อมเงินทุนสนับสนุนรวม 250,000 บาท เพื่อนำไปพัฒนานวัตกรรมต่อยอดสู่ระบบนิเวศความปลอดภัยไซเบอร์ของไทย ให้แข็งแกร่งและปลอดภัยจากการถูกหลอกลวงอย่างยั่งยืน

Samsung พลิกโฉม Galaxy AI สู่ระบบ Multi-Agent พร้อมดึง Perplexity เสริมทัพ

Scroll to Top