ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ประกาศเดินหน้าพัฒนา “AI Factory” ในงาน Dell Technologies World 2026 โดยชี้ว่าความสำเร็จของระบบ AI ไม่ได้ขึ้นอยู่กับระบบประมวลผลเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากประสิทธิภาพของวิศวกรรมระบบโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมด ตั้งแต่การออกแบบ การจำลองสถานการณ์เสมือนจริง การติดตั้ง ไปจนถึงการดำเนินงานระยะยาว เพื่อรองรับเวิร์กโหลดที่ซับซ้อนและเปลี่ยนโฉมการออกแบบดาต้าเซ็นเตอร์ในอนาคต
ทั้งนี้ ประสิทธิภาพของ AI จำเป็นต้องพึ่งพาพลังงานที่เชื่อถือได้และขยายขนาดได้ รวมถึงระบบทำความเย็นที่ปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม โดยโครงสร้างพื้นฐานที่ออกแบบมานี้จะไม่มีข้อจำกัด แต่จะเป็นรากฐานสำคัญที่พัฒนาไปพร้อมกับเวิร์กโหลดในอนาคต
ชู 4 นวัตกรรมไฮไลต์รองรับวงจรชีวิต AI
ภายในงาน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้จัดแสดงโซลูชันที่พร้อมใช้งานจริงเพื่อรองรับวงจรชีวิตของ AI ประกอบด้วย
- Motivair Coolant Distribution Units (CDUs): หน่วยกระจายสารหล่อเย็นสำหรับระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว รองรับสภาพแวดล้อม AI ความหนาแน่นสูง
- MGX™ rack platform: แพลตฟอร์มตู้แร็ครองรับการติดตั้งใช้งาน AI แบบขยายขนาด
- 800VDC power architecture: สถาปัตยกรรมพลังงานไฟฟ้ากระแสตรง 800 โวลต์ รองรับความหนาแน่นของการประมวลผลสำหรับอนาคต
- AI Factory digital twin: เทคโนโลยีจำลองสถานการณ์เสมือนจริงของโครงสร้างพื้นฐานก่อนการติดตั้งจริง ขับเคลื่อนโดย NVIDIA Omniverse
ระบายความร้อนด้วยของเหลว รากฐานสำคัญของ AI Factory
เมื่อเวิร์กโหลด AI มีความเข้มข้นมากขึ้น ระบบระบายความร้อนแบบเดิมจึงไม่เพียงพอ ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวโดยตรง (Liquid Cooling) จึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นเชิงกลยุทธ์ เพื่อช่วยให้การจัดการความร้อนมีประสิทธิภาพสูงขึ้น รองรับความหนาแน่นของการประมวลผล และเพิ่มเสถียรภาพในการดำเนินงาน โดยพอร์ตโฟลิโอของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค และ Motivair ได้รวมความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านการประมวลผลแบบเร่งความเร็วเข้ากับโซลูชันโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการขยายขนาด
ริชาร์ด วิทมอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Motivair by Schneider Electric ระบุว่า การระบายความร้อนด้วยของเหลวกลายเป็นสิ่งจำเป็นเชิงกลยุทธ์ในยุค AI เพื่อรองรับเวิร์กโหลดความหนาแน่นสูงในระดับขีดสุด พร้อมปรับปรุงประสิทธิภาพและเร่งระยะเวลาในการติดตั้งให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
แม่นยำด้วยการออกแบบและจำลองสถานการณ์เสมือนจริง
การผสมผสานเทคโนโลยี AVEVA™ digital twin ร่วมกับ NVIDIA Omniverse ช่วยให้ทีมงานสามารถจำลองประสิทธิภาพของระบบพลังงานและระบบระบายความร้อนได้ล่วงหน้า ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงและเร่งการติดตั้งใช้งานให้เร็วขึ้น
สตีเวน คาร์ลินี รองประธานฝ่ายนวัตกรรมและดาต้าเซ็นเตอร์ของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค กล่าวว่า เมื่อเวิร์กโหลดของ AI ขยายตัวและซับซ้อนขึ้น ขอบเขตสำหรับความผิดพลาดในการออกแบบดาต้าเซ็นเตอร์จึงลดลงอย่างมาก การส่งมอบ AI ในระดับใหญ่จำเป็นต้องมีสถาปัตยกรรมทางไฟฟ้า ระบบทำความเย็น และระบบดิจิทัลที่บูรณาการเข้าด้วยกันอย่างแน่นหนา เพื่อตรวจสอบความถูกต้องได้ก่อนการติดตั้งใช้งานจริง
ผนึกกำลังอีโคซิสเต็มขับเคลื่อนระบบขนาดใหญ่
การส่งมอบ AI ขนาดใหญ่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือทั่วทั้งอีโคซิสเต็ม โดยมี NVIDIA มอบแพลตฟอร์มการประมวลผลแบบเร่งความเร็ว เดลล์ เทคโนโลยีส์ มอบระบบที่ผสานรวมพร้อมใช้งานระดับองค์กร และชไนเดอร์ อิเล็คทริค ดูแลโครงสร้างพื้นฐานให้สามารถรองรับระบบได้อย่างมีเสถียรภาพ ซึ่งการร่วมมือกันจะช่วยสร้างสภาพแวดล้อม AI ที่ขยายขนาดได้ มีประสิทธิภาพ และพร้อมสำหรับอนาคต เพราะ AI ไม่ใช่แค่ซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์ แต่เป็นระบบนิเวศโครงสร้างพื้นฐานที่ทำงานร่วมกัน







