ททท. เลื่อนลงทะเบียนรับสิทธิ์เราเที่ยวด้วยกันออกไป หลังพบ 312 โรงแรม เข้าข่ายทุจริตโครงการ

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงกรณีการร้องเรียนทุจริตโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ว่า ททท.ได้มีการหารือกับหน่วยงานภาคเอกชน และสมาคมท่องเที่ยวต่าง ๆ กระทรวงการคลัง และ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในเรื่องดังกล่าว ซึ่งจากการตรวจสอบผ่านคณะทำงานตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมและอุทรณ์ โครงการเราเที่ยวด้วยกัน พบว่า มีโรงแรม 312 แห่ง และร้านค้า 202 แห่งที่เข้าร่วมโครงการมีพฤติกรรมต้องสงสัยเข้าข่ายทุจริตโครงการรัฐ โดยลักษณะของพฤติกรรมต้องสงสัย มีอยู่ 6 รูปแบบ ประกอบด้วย

  1. จองห้องพักโรงแรมราคาถูก ผ่านแอปฯ มีการเช็คอิน แต่ไม่ได้เข้าพักจริง แต่ได้ประโยชน์จากการใช้คูปอง
  2. โรงแรมขึ้นราคาค่าห้อง และ รู้เห็นเป็นใจกับร้านอาหาร โดยมีการซื้อขายสิทธิ์กัน ไม่ได้มีการเดินทางจริง โดยผู้ขายสิทธิ์จะส่งเลข 4 ตัวท้ายบัตรประชาชน และ เบอร์มือถือ เพื่อทำการเช็คอินแต่ไม่พักจริง ซึ่งกรณีนี้เกิดขึ้นกับผู้รับสิทธิ์จองตรงกับโรงแรม ซึ่งโรงแรมรู้เห็นเป็นใจ
  3. โรงแรมมีตัวตนจริง ลงทะเบียนถูกต้อง แต่ยังไม่เปิดบริการ แต่กลับมีการขายห้อง และขอรับงบประมาณช่วยเหลือจากรัฐ
  4. มีการใช้ส่วนต่างคูปองเติมเงิน โดยร้านค้าจะใช้คูปองเต็มจำนวนบ่อยครั้ง
  5. มีการเข้าพักจริงแต่เป็นกรุ๊ปเหมา โดยโรงแรมจะตั้งราคาสูง และได้เงินทอน ส่วนใหญ่เป็นการจองตรงกับโรงแรม
    6.มีการกินส่วนต่างของการขายห้องเกินจำนวนที่โรงแรมมี เช่น
    โรงแรมมีห้องพัก 100 ห้องแต่เปิดขาย 300 ห้อง โดยใช้วิธีอัพเกรดให้โรงแรมอื่น แล้วกินส่วนต่าง เป็นต้น

ซึ่งจากการตรวจสอบภายใน พบว่ามีหลายโรงแรมมีพฤติกรรมดังกล่าว โดยเฉพาะในช่วงหลังปลดล็อคภูมิลำเนา ปรากฎว่ายอดจองห้องพักเพิ่มขึ้นผิดปกติ จากช่วงแรกยอดจอง 14,000 ห้อง พอมีการเพิ่มสิทธิ์ ยอดจองเพิ่มเป็น 20,000 ห้อง และเมื่อมีการขยายเวลาโครงการและปลดล็อคสิทธิ์ พบว่ายอดจองเพิ่มเป็น 54,000 ห้อง

ทั้งนี้ ททท. จะดำเนินการตรวสอบกรณีต้องสงสัยโดยด่วน โดยจะแบ่งเป็น 3 กรณีคือ

  1. จอง พัก และจ่ายเงินแล้ว หากตรวจแล้วพบว่าเข้าข่ายทุจริต ก็จะดำเนินคดีอย่างหนักทั้งแพ่งและอาญา
  2. จองแล้ว เช็คอินแล้ว และยังไม่จ่ายเงิน จะให้ ธ.กรุงไทยระงับจ่ายเงินไปก่อน
    3.จองแล้ว ยังไม่เช็คอิน และยังไม่จ่ายเงิน ก็จะเข้าไปตรวจสอบ มีทิศทางการดำเนินคดีอย่างหนัก ทั้งแพ่งและอาญา

อย่างไรก็ตามเมื่อมีการตรวจพบพฤติกรรมต้องสงสัยเข้าข่ายการทุจริตโครงการรัฐ ดังนั้น ททท. จึงจำเป็นต้องเลื่อนการเปิดลงทะเบียนรับสิทธิ์เเพิ่มอีก 1 ล้านสิทธิ์ ที่เดิมจะเปิดให้ลงทะเบียนในวันพรุ่งนี้( 16 ธ.ค.) ออกไปก่อน ด้วยเหตุผลด้านการตรวจสอบและปราบปรามทุจริต แต่ทั้งนี้ยืนยันว่าโครงการในภาพรวมยังเดินต่อได้ แต่ต้องระวังผู้ฉวยโอกาส และจะไม่กระทบการท่องเที่ยวช่วงปีใหม่ เนื่องจากเชื่อว่ามีการจองห้องพักล่วงหน้าไว้แล้ว

สำหรับจำนวนโรงแรมที่เข้าร่วมโครงการขณะนี้มีกว่า 8,000 แห่ง ร้านอาหาร 65,000 แห่ง มียอดจองห้องพัก 11,170 ห้องใน 4,896 โรงแรม มีการใช้สิทธิ์คูปองแล้ว 870,900 ราย เช็คอินแล้ว 1,430,670 บุ๊คกิ้ง จำนวนผู้ใช้สิทธิ์ 1.08 ล้านคน

ทั้งนี้โรงแรมและร้านค้าที่เข้าข่ายทุจริตถือเป็นส่วนน้อย และความเสียหาย จะขึ้นอยู่กับจำนวนห้องที่จองและราคาห้อง โดย ททท. ทราบชื่อโรงแรมที่เข้าข่ายทั้งหมดแล้ว ส่วนใหญ่เป็นโรงแรมขนาดเล็กในต่างจังหวัด ทั้งนี้หากตรวจพบการกระทำผิดจริง จะมีการเรียกเงินคืน และดำเนินคดีทางแพ่งและอาญา รวมถึงจะแบล็คลิสต์ในการเข้าร่วมโครงการรัฐด้วย

Related Posts

Scroll to Top