วีซ่า (Visa) เปิดเผยผลสำรวจ Global Travel Intentions (GTI) ประจำปี 2569 จากกลุ่มตัวอย่างกว่า 47,000 คนทั่วโลก ซึ่งรวมถึงนักเดินทางในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกว่า 17,000 คน พบดัชนีชี้วัดสำคัญว่า แม้โลกจะเผชิญความผันผวนทางเศรษฐกิจ แต่นักท่องเที่ยวไม่ได้เดินทางน้อยลง ทว่าปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสู่การเดินทางอย่างมีเป้าหมาย (Intentional Travel) โดยให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า จุดหมายที่คุ้นเคย และความยืดหยุ่นของแผนการเดินทาง
ญี่ปุ่นยืนหนึ่งจุดหมายยอดนิยม ‘ไทย’ รั้งท็อป 5 ท่ามกลางค่าใช้จ่ายการเดินทางที่สูงขึ้น นักท่องเที่ยวเอเชียแปซิฟิกหันมาเลือกจุดหมายปลายทางใกล้บ้านเพื่อความสะดวกและมั่นใจในการวางแผน โดยผลสำรวจระบุพิกัดยอดนิยม ดังนี้
- จุดหมายปัจจุบัน: ญี่ปุ่นครองแชมป์อันดับหนึ่ง (19%) ตามด้วยออสเตรเลีย (7%) ขณะที่ไทย เกาหลีใต้ และฮ่องกง ติดอันดับท็อป 5 ด้วยสัดส่วนเท่ากันที่ 5%
- แผนการเดินทางใน 12 เดือนข้างหน้า: ญี่ปุ่นยังคงเป็นตัวเลือกอันดับแรก (28%) ตามด้วยออสเตรเลีย (16%) ฮ่องกงและเกาหลีใต้ (13%)
- พฤติกรรมการท่องเที่ยว: 63% เน้นเดินทางภายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งสูงกว่าการไปยุโรปกลาง ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (16%) ยุโรป (13%) และอเมริกาเหนือ (6%)
เทรนด์แสวงหาประสบการณ์ท้องถิ่น-อีเวนต์ระดับโลก แม้จะเลือกจุดหมายที่คุ้นเคย แต่นักท่องเที่ยวยังคงมองหาประสบการณ์ใหม่เพื่อเติมเต็มความหลงใหลเฉพาะตัว
- 37% วางแผนทริปที่เน้นประสบการณ์ท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ โดยเฉพาะด้านอาหารและวัฒนธรรม ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก (29%)
- 25% พร้อมเดินทางข้ามประเทศเพื่อร่วมงานความบันเทิงและกีฬาระดับโลก เช่น FIFA World Cup 2026™, Formula 1™ หรือคอนเสิร์ต K-Pop
AI เครื่องมือหลักในการวางแผนทริปอย่างรอบคอบ ก่อนการออกเดินทาง นักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้มีการเช็กข้อมูลเชิงลึกอย่างเป็นระบบ ทั้งเรื่องที่พัก ประกันการเดินทาง วีซ่า และสถานการณ์ในพื้นที่ โดยมีเทคโนโลยี AI เข้ามาเป็นผู้ช่วยสำคัญร่วมกับเว็บไซต์ท่องเที่ยวและโซเชียลมีเดีย ซึ่งมีสถิติการใช้งาน AI ดังนี้
- 49% ใช้ AI ค้นหาไอเดียและจุดหมายปลายทาง (กิจกรรมยอดนิยมอันดับหนึ่ง)
- 41% ใช้ AI รวบรวมและสรุปรีวิว รวมถึงคำแนะนำด้านการท่องเที่ยว
- 35% ใช้ AI ค้นหาทัวร์ กิจกรรม และประสบการณ์ท้องถิ่น
นอกจากนี้ ความปลอดภัยในการชำระเงินยังเป็นปัจจัยวิกฤต โดย 33% เน้นเรื่องความปลอดภัย และ 27% ตรวจสอบการรองรับบัตรเครดิตในจุดหมายปลายทาง ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ถึง 73% ที่พกบัตรชำระเงินหรือกระเป๋าเงินดิจิทัลติดตัวในทุกทริป
จองสิ่งจำเป็นล่วงหน้า แต่เปิดรับความยืดหยุ่น ผลสำรวจสะท้อนว่า นักท่องเที่ยวต้องการควบคุมความเสี่ยงในสิ่งจำเป็น แต่ยังชอบเก็บทางเลือกไว้ตัดสินใจหน้างานเพื่อความยืดหยุ่น
- 79% เลือกจองที่พักล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง
- 51% จองกิจกรรมหรือประสบการณ์ต่างๆ ไว้ล่วงหน้า
- 72% เลือกตัดสินใจเลือกร้านอาหารหลังจากเดินทางไปถึงแล้ว
- 65% ตัดสินใจเรื่องการเดินทางภายในพื้นที่ ณ จุดหมายปลายทาง
ภาคธุรกิจท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ และผู้ออกบัตร จึงจำเป็นต้องปรับตัวตามวิวัฒนาการนี้ โดยมุ่งเน้นการส่งมอบประสบการณ์ดิจิทัลที่สามารถตอบโจทย์ความสนใจเฉพาะบุคคลผ่านเทคโนโลยี AI ควบคู่กับการระบบชำระเงินที่ปลอดภัยและไร้รอยต่อ เพื่อรองรับพฤติกรรมการเดินทางที่มีการวางแผนอย่างรอบคอบและสะท้อนตัวตนของนักเดินทางในยุคปัจจุบัน






