ในยุคที่อัลกอริทึมและ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนธุรกิจและวิถีชีวิต คุณค่าที่แท้จริงของเทคโนโลยีไม่ได้วัดกันที่ความฉลาดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัย เป็นธรรม และเคารพสิทธิมนุษยชน
บนเวที AI Governance Week 2026 ภายใต้หัวข้อ “Connecting the Right Dots: Red Teaming for Robust and Responsible AI” จัดโดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) นายมนตรี สถาพรกุล หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ร่วมถ่ายทอดมุมมองของทรูในฐานะเทคคอมปานีไทย ที่มุ่งสู่การเป็น AI First Organization พร้อมย้ำจุดยืนว่า “Responsible AI” หรือ AI ที่มีความรับผิดชอบ ไม่ใช่เพียงกรอบข้อบังคับ แต่คือส่วนสำคัญในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบ การทำงานของระบบ ข้อมูลที่นำมาใช้ประมวลผล ตลอดจนการประเมินและจัดการผลกระทบต่อสังคม
เหนือความแม่นยำ คือ AI ที่เข้าใจบริบทไทย
ความปลอดภัยของ AI ไม่ควรถูกมองเป็นข้อจำกัดของนวัตกรรม แต่เป็นรากฐานที่ช่วยให้องค์กรนำเทคโนโลยีมาใช้ได้อย่างมั่นใจ โดยไม่ก่อให้เกิดการเลือกปฏิบัติ ละเมิดความเป็นส่วนตัว หรือสร้างผลกระทบต่อผู้คนโดยปราศจากมาตรการป้องกัน
ดังนั้น การทดสอบ AI จึงต้องมองไกลกว่าความแม่นยำทางเทคนิค ครอบคลุมทั้งคุณภาพข้อมูล ความเสี่ยงด้านอคติ ความสามารถในการอธิบายผลลัพธ์ และกลไกรองรับเมื่อระบบทำงานผิดพลาด โดยเฉพาะโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ที่ต้องทดสอบกับภาษาไทย กฎหมาย วัฒนธรรม และบริบททางสังคมไทย ไม่ใช่ประเมินจากมาตรฐานสากลเพียงอย่างเดียว คำถามสำคัญคือ AI ทำงานได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัยในบริบทที่นำไปใช้จริงในประเทศไทยแล้วหรือยัง
ชู “True CyberSafe” นวัตกรรมต้นแบบปกป้องลูกค้า 50 ล้านราย
มิติสำคัญของ Responsible AI คือการออกแบบบริการให้ทุกคนเข้าถึงประโยชน์และได้รับการคุ้มครองอย่างทั่วถึง ทรูจึงได้พัฒนา “True CyberSafe” นวัตกรรมต้นแบบที่นำ AI มาช่วยตรวจจับลิงก์ต้องสงสัยได้มากกว่า 7.5 ล้านครั้งต่อวัน ครอบคลุมผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านราย
บริการนี้เป็นการมอบความคุ้มครองพื้นฐานจากภัยไซเบอร์ในระดับเครือข่ายโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพื่อให้ลูกค้าทุกคนเข้าถึงการป้องกันที่จำเป็น ขณะเดียวกันผู้ที่ต้องการการปกป้องระดับที่สูงขึ้นก็สามารถเลือกใช้บริการเสริมได้ตามความต้องการ
สร้าง “AI Sovereignty” ให้ประเทศไทยใช้เทคโนโลยีอย่างรู้เท่าทัน
ทรูยังให้ความสำคัญกับการสร้าง “AI Sovereignty” หรือขีดความสามารถของประเทศในการเข้าใจ เลือกใช้ ทดสอบ และกำกับดูแล AI ได้อย่างเหมาะสมกับบริบทของประเทศ ซึ่งไม่ได้หมายถึงการปิดกั้นนวัตกรรมโลก หรือไทยต้องพัฒนาทุกอย่างเอง แต่คือการมีความรู้เท่าทัน มองเห็นข้อจำกัดและความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อประเทศในระยะยาว
การสร้างขีดความสามารถนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานกำกับดูแล ภาคธุรกิจ และภาคการศึกษา เพื่อร่วมกันพัฒนามาตรฐาน ระบบทดสอบที่สะท้อนวัฒนธรรมไทย รวมไปถึงพื้นที่ทดลอง (Sandbox) เพื่อเรียนรู้จากการใช้งานจริง
สำหรับทรู การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและ Responsible AI เป็นหลักคิดสำคัญในการกำกับดูแลเทคโนโลยีตลอดวงจร เพื่อให้นวัตกรรมเติบโตควบคู่กับความปลอดภัย เพราะในโลกยุคปัจจุบัน ผู้นำด้านเทคโนโลยีไม่ได้วัดกันที่ความเร็วหรือความฉลาดของ AI เท่านั้น แต่อยู่ที่ว่าใครสามารถสร้างเทคโนโลยีที่ผู้คนไว้วางใจ และนำพาสังคมก้าวไปข้างหน้าได้อย่างรับผิดชอบและยั่งยืน
–ฟอร์ติเน็ต เตือนองค์กรไทยรับมือภัยไซเบอร์ยุค AI เผยมีเพียง 16% ที่พร้อมรับมือขั้นสูง







