สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) เปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 (มกราคม-มิถุนายน) ขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 4.7 เมื่อเทียบรายปี คิดเป็นมูลค่ารวมราว 69.57 ล้านล้านหยวน หรือประมาณ 345 ล้านล้านบาท สะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังคงเติบโตอย่างมั่นคงท่ามกลางความท้าทายจากปัจจัยภายนอก
หากเจาะลึกรายไตรมาสพบว่า GDP ไตรมาสแรกขยายตัวร้อยละ 5 ก่อนที่จะชะลอตัวลงเล็กน้อยในไตรมาสสองซึ่งขยายตัวที่ร้อยละ 4.3 อย่างไรก็ตาม อัตราเฉลี่ยรวมในครึ่งปีแรกยังคงอยู่ในระดับที่เหมาะสมและสอดคล้องกับเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจประจำปี 2026 ที่รัฐบาลจีนตั้งเป้าไว้ที่ร้อยละ 4.5-5
ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจจีนยังคงมีความแข็งแกร่ง มาจากการเติบโตในภาคการผลิตและอุปทาน รวมถึงสถานการณ์การจ้างงานที่มีเสถียรภาพ โดยเฉพาะ “ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตใหม่” เช่น กลุ่มการผลิตระดับไฮเอนด์ (High-end Manufacturing) เศรษฐกิจดิจิทัล และธุรกิจบริการสมัยใหม่ ซึ่งกลายเป็นฟันเฟืองหลักที่มีสัดส่วนช่วยหนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงกว่าร้อยละ 40 ในครึ่งปีแรก นอกจากนี้ จีนยังสามารถลดการใช้พลังงานต่อหน่วย GDP ลงได้ร้อยละ 1.9 เมื่อเทียบรายปี สะท้อนถึงการเติบโตที่มีคุณภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
แม้ว่าสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจโลกจะมีความซับซ้อนและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนสูงขึ้น แต่ความแข็งแกร่งภายในประเทศของจีน ทั้งการมีอุปทานพลังงานที่เพียงพอ อัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับอ่อน และตัวเลขการค้าระหว่างประเทศที่ยังคงแข็งแกร่งในช่วงครึ่งปีแรก จะเป็นเกราะป้องกันสำคัญที่ช่วยให้เศรษฐกิจจีนสามารถรับมือกับความเสี่ยงและความท้าทายในอนาคต พร้อมเดินหน้าพัฒนาประเทศด้วยนวัตกรรมที่มีคุณภาพสูงต่อไปได้อย่างยั่งยืน
(แฟ้มภาพซินหัว : ท่าเรือจิงถังในเมืองถังซาน มณฑลเหอเป่ยทางตอนเหนือของจีน วันที่ 15 ก.ค. 2026)
ที่มา Xinhua







