เนทติเซนท์ผนึก Neptune Software เปิดตัว “AiBuild” โซลูชัน Low-Code สปีดการพัฒนาแอปพลิเคชัน SAP ในไทย

เนทติเซนท์ผนึก Neptune Software เปิดตัว "AiBuild" โซลูชัน Low-Code สปีดการพัฒนาแอปพลิเคชัน SAP ในไทย

ตลาดโซลูชัน AI แบบ Low-Code/No-Code บนระบบ SAP ในประเทศไทยก้าวสู่ยุคใหม่อย่างเป็นทางการ หลัง บริษัท เนทติเซนท์ จำกัด (NETIZEN) พันธมิตรระดับ SAP Platinum Partner หนึ่งเดียวในไทย ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์และลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกับ Neptune Software ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มระดับโลกจากประเทศนอร์เวย์ เปิดตัวโซลูชัน “AiBuild” พร้อมได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ให้บริการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย

การผนึกกำลังครั้งนี้เป็นการนำความเชี่ยวชาญด้าน SAP Cloud ERP กว่า 25 ปีของเนทติเซนท์ มาผสานเข้ากับแพลตฟอร์มพัฒนาแอปพลิเคชันระดับองค์กรของ Neptune Software ซึ่งมีผู้ใช้งานทั่วโลกกว่า 850 แห่ง ภายใต้แนวคิด “Global Standard + Local Execution Excellence” เพื่อขจัดข้อจำกัดเดิมๆ ในการพัฒนาแอปพลิเคชันบนระบบ SAP ขององค์กรไทย

ทลายข้อจำกัดการพัฒนาแอปพลิเคชัน SAP ในยุคดิจิทัล

ปัจจุบันหลายองค์กรที่ใช้งาน SAP ต้องเผชิญกับความท้าทายจากกระบวนการทำงานและหน้าจอที่แยกส่วน ระบบขาดการเชื่อมต่อ (Silos) และการส่งข้อมูลกลับสู่ระบบหลักที่ยังต้องทำด้วยมือ (Manual Update) นอกจากนี้ การพัฒนาหรือปรับแต่งระบบ (Customization) มักใช้เวลานาน มีความซับซ้อน และเสี่ยงต่อการดูแลรักษาในระยะยาว

โซลูชัน AiBuild ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้โดยเฉพาะ ช่วยให้องค์กรพัฒนาแอปพลิเคชันและ AI Agent ได้รวดเร็วขึ้นภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ พร้อมชูจุดเด่นในการรักษาความสมบูรณ์ของระบบหลักตามแนวทาง “Clean Core”

5 คุณสมบัติเด่นของ AiBuild ตอบโจทย์องค์กรยุคใหม่

  • สปีดการพัฒนาแอปด้วย Low-Code/No-Code: ช่วยเปลี่ยนความคิดเชิงธุรกิจให้เป็นแอปพลิเคชันพร้อมใช้งานได้รวดเร็ว ช่วยลดระยะเวลาทำงานจากหลักเดือนเหลือเพียงไม่กี่สัปดาห์
  • สร้างแอปและ AI Agent ด้วยภาษาธรรมชาติ: รองรับการสั่งงานด้วย AI ให้ผู้ใช้พิมพ์ความต้องการด้วยภาษาธรรมชาติเพื่อสร้างแอปพลิเคชันหรือ AI Agent ที่ตอบโจทย์การทำงานกับข้อมูล SAP ได้แบบเรียลไทม์
  • ยึดหลัก Clean Core และไม่ต้องใช้ Middleware: เชื่อมต่อกับระบบ SAP โดยตรงผ่าน SAP APIs, Business Objects และระบบ Authorization ช่วยลดความเสี่ยงจากการปรับแต่งระบบหลัก และเอื้อต่อการอัปเกรดในอนาคต
  • ใช้งานได้ทุกอุปกรณ์ พร้อมระบบ Offline: เขียนโค้ดเพียงชุดเดียวก็สามารถรองรับการทำงานได้ทั้งบนเว็บและสมาร์ตโฟน พร้อมความสามารถในการทำงานออฟไลน์
  • ลดต้นทุนการฝึกอบรม: ช่วยให้ทีมพัฒนาใช้ทักษะ ABAP และ SAP เดิมที่มีอยู่ได้ทันที โดยไม่ต้องลงทุนอัปสกิลใหม่ทั้งหมด

พิสูจน์ความสำเร็จระดับสากล พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจไทย

ประสิทธิภาพของแพลตฟอร์มนี้ได้รับการยอมรับในระดับสากล เช่น Fonterra ที่ประหยัดต้นทุนได้กว่า 3.2 ล้านยูโรในปีแรก และ United Utilities ที่พัฒนาแอปพลิเคชันได้เร็วขึ้นถึง 40%

เสรี สาธุกิจชัย ประธานผู้บริหาร บริษัท เนทติเซนท์ จำกัด เปิดเผยว่า ความร่วมมือกับ Neptune Software จะช่วยเร่งการทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัลให้กับลูกค้า SAP ในไทย ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญ ERP เข้ากับเทคโนโลยี Low-Code และ AI เพื่อเสริมศักยภาพให้องค์กรสร้างนวัตกรรมได้เร็วขึ้น โดยยังคงรักษาระบบหลักให้สะอาดและพร้อมรองรับอนาคต

ด้าน Laura Lenti Vice President – APAC and EMEA ของ Neptune Software กล่าวเสริมว่า บริษัทประทับใจในความมุ่งมั่นและการพัฒนาของเนทติเซนท์ จึงมั่นใจว่าการเลือกเนทติเซนท์เป็นพันธมิตรในไทยจะช่วยวางรากฐานที่แข็งแกร่งและสร้างความสำเร็จร่วมกันในระยะยาว

BDI เผยโฉม 5 สุดยอดนวัตกรรม AI จากเวที Hackathon 2026 เตรียมอัปเกรดสู่ Smart Tourism ระดับโลก

Scroll to Top