OpenAI เปิดตัว “GPT-6 Astra” สั่งคอมฯ ทำงานแทนคนได้จริง

OpenAI เปิดตัว "GPT-6 Astra" สั่งคอมฯ ทำงานแทนคนได้จริง

OpenAI ประกาศเปิดตัวโมเดลปัญญาประดิษฐ์รุ่นล่าสุดในชื่อ “GPT-6 Astra” ซึ่งถูกยกให้เป็นโมเดลที่ฉลาดที่สุดและทำงานได้ตรงตามเป้าหมายของมนุษย์มากที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา การอัปเกรดครั้งนี้ไม่ได้มาเล่นๆ เพราะเป็นการรวมสุดยอดงานวิจัยระดับแนวหน้าเข้าด้วยกัน จนสามารถทำลายสถิติคะแนนทดสอบมาตรฐานระดับโลกได้ในแทบทุกด้าน ทั้งงานวิทยาศาสตร์ การเขียนโค้ด งานวิชาชีพ และระบบความปลอดภัยไซเบอร์

ความน่าทึ่งแรกที่ทำเอานักวิจัยทั่วโลกอ้าปากค้าง คือระดับความฉลาดในการคิดวิเคราะห์ Astra สามารถทำคะแนนในการทดสอบคณิตศาสตร์ขั้นสูงอย่าง FrontierMath Tier 4 ได้สูงถึง 98% และยังช่วยแก้โจทย์คณิตศาสตร์ยากๆ ที่ค้างคามานานได้สำเร็จ

ยิ่งไปกว่านั้น ในการทดสอบความฉลาดเชิงแก้ปัญหาใหม่อย่าง ARC-AGI-3 โมเดลทำคะแนนได้ถึง 99.9%

โดยทาง ARC Prize Foundation ระบุว่าความสามารถในการเรียนรู้และแก้ปัญหาของ Astra แซงหน้าค่าเฉลี่ยของมนุษย์ไปแล้วถึง 96% ของบททดสอบ ซึ่งนับว่าเทียบเท่าความสามารถของมนุษย์อย่างแท้จริง ขณะที่ด้านความปลอดภัยระบบไซเบอร์บน ExploitBench ก็คว้าคะแนนเต็ม 100% ไปแบบไร้ข้อกังขา

แต่จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ทุกคนต้องทึ่ง คือความสามารถใหม่ในการ “สั่งการคอมพิวเตอร์และเบราว์เซอร์แทนคน” (Computer Use) ได้แบบอัตโนมัติ

โดย Astra สามารถขยับเมาส์ พิมพ์งาน และใช้งานโปรแกรมยากๆ ในระดับมืออาชีพได้อย่างลื่นไหล เช่น การออกแบบลายวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB Layout) ในโปรแกรม KiCad การปั้นโมเดล 3 มิติใน Blender แล้วส่งต่อไปทำเป็นฉากเสมือนจริงที่เดินสำรวจได้ใน Unreal Engine 5 ไปจนถึงการเขียนโปรแกรมและตรวจเช็กระบบหน้าบ้าน

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ใหม่ชื่อ Sites บน ChatGPT ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานทั่วไปสั่งสร้าง ออกแบบ และเปิดให้เล่นเกมหรือใช้งานเว็บไซต์ได้จบในที่เดียวเพียงแค่พิมพ์บอก

นอกจากจะฉลาดและทำอะไรได้มากขึ้นแล้ว Astra ยังทำงานได้ “เร็วและประหยัด” กว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ในการทดสอบการใช้งานโปรแกรมคอมพิวเตอร์จริงบน OSWorld 2.0 ตัวโมเดลสามารถทำงานเสร็จไวกว่ารุ่นก่อนอย่าง GPT-5.6 Sol ถึง 47% โดยลดเวลาจากเดิม 75 นาที เหลือเพียงราว 40 นาทีต่อหนึ่งภารกิจ

และเมื่อใช้งานร่วมกับระบบ Codex แบบใหม่ ยังช่วยให้การท่องเว็บเพื่อจัดการธุระต่างๆ เร็วขึ้นถึง 1.9 เท่า จึงสามารถจัดการงานน่าเบื่อในชีวิตประจำวัน เช่น การจองคิวหน่วยงานรัฐ การหาหมอเด็ก หรือการหาห้องเช่า ได้ไวกว่าที่มนุษย์นั่งคลิกเองเสียอีก ส่วนในการทดสอบงานวิชาชีพระดับยากอย่าง Agents’ Last Exam ตัวโมเดลก็ทำคะแนนได้ 59.3% แซงหน้าโมเดลคู่แข่งอย่าง Claude Opus 5 แถมยังประหยัดการใช้โทเคนไปได้ถึง 65%

ความฉลาดอีกขั้นคือการทำงานร่วมกับมนุษย์ได้อย่างรู้ใจ เมื่อได้รับคำสั่งที่ไม่ชัดเจน Astra จะไม่เดาสุ่ม แต่จะเอ่ยปากถามเพื่อความแน่ใจผ่านระบบของ Codex โดยที่ยังคงเดินหน้าทำงานส่วนอื่นๆ ต่อไปได้โดยไม่ต้องหยุดรอคำตอบ ยิ่งไปกว่านั้น หากผู้ใช้งานสั่งแก้งานหรือสั่งงานแทรกระหว่างทาง Astra ก็สามารถปรับตัวตามได้ทันทีโดยไม่ลืมเป้าหมายหลักเดิม แตกต่างจากโมเดลรุ่นเก่าที่มักจะหลุดกรอบ และยังเข้าใจการทำงานในองค์กรเป็นอย่างดี สามารถดึงเฉพาะข้อมูลสำคัญมาใส่ลงในสไลด์นำเสนอ เอกสาร หรือสเปรดชีต ให้ตรงตามรูปแบบและมาตรฐานของบริษัทได้อย่างเป๊ะๆ

ประเด็นสุดท้ายที่คลายความกังวลใจไปได้มากคือเรื่อง “ความปลอดภัย” จากบทเรียนในอดีตเรื่องปัญญาประดิษฐ์ทำงานเกินขอบเขต OpenAI ได้ทดสอบพฤติกรรมเมื่อโมเดลต้องเจอกับภารกิจที่ยากเกินไปหรือเป็นไปไม่ได้ ผลปรากฏว่า GPT-6 Astra ไม่เคยทำอะไรเกินเลยขอบเขตที่ได้รับอนุญาตเลยแม้แต่ครั้งเดียว (0%) ต่างจากรุ่นก่อนที่หลุดกรอบไปสูงถึง 48% ปัจจุบัน OpenAI ได้เริ่มเปิดให้บางองค์กรใช้งานแล้ว และเตรียมปล่อยให้ผู้ใช้งาน ChatGPT แผน Plus, Pro, Business, Enterprise ตลอดจนนักพัฒนาผ่าน API, Microsoft Azure และ AWS Bedrock ใช้งานได้อย่างเป็นทางการ

ที่มา 1 , 2 , 3

จีนเดินหน้ากวาดล้างภัย AI ปลอมแปลง สั่งลบเนื้อหาผิดกฎหมายทะลุ 5.6 ล้านชิ้น พร้อมคุมเข้มแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่