หัวเว่ย ประเทศไทย เปิดตัวศูนย์สาธิต “FTTO All-Optical Campus Demo Site” อย่างเป็นทางการ ณ สำนักงานใหญ่ อาคารจี ทาวเวอร์ กรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิด “See It. Experience It. Believe It.” เผยโฉมโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายใยแก้วนำแสง (FTTO: Fiber To The Office) ที่พร้อมช่วยองค์กรไทยอัปเกรดระบบสื่อสารเดิมสู่ยุค AI ได้อย่างยืดหยุ่น โดยไม่ต้องรื้อถอนหรือปรับเปลี่ยนระบบใหม่ทั้งหมดในคราวเดียว
ภายในพิธีเปิด นำโดย ยอร์ก หลิว รองประธาน กลุ่มธุรกิจออพติคอลองค์กร, ตงจวน เหว่ย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน, รินทร์ลิตา วรรณวรีย์ภัทร รองประธาน กลุ่มธุรกิจเอนเตอร์ไพรส์ และมาโรล สวี รองประธานอาวุโส กลุ่มธุรกิจเอนเตอร์ไพรส์ หัวเว่ย ประเทศไทย ร่วมนำชมพื้นที่สาธิตการใช้งานจริงภายในสำนักงาน เพื่อแสดงให้พันธมิตรและองค์กรธุรกิจเห็นถึงศักยภาพการต่อยอดสู่เทคโนโลยี AI, Cloud และบริการดิจิทัลในระยะยาว
ก้าวข้ามข้อจำกัดเดิม สู่โครงสร้างพื้นฐาน AI-Ready
ปัจจุบันหลายองค์กรที่ต้องการเร่งปรับตัวสู่ยุคดิจิทัลและ AI มักเจออุปสรรคสำคัญจากเครือข่ายเดิมที่มีความซับซ้อน ใช้ต้นทุนสูงในการอัปเกรด และเสี่ยงกระทบต่อการดำเนินธุรกิจประจำวัน หัวเว่ยจึงนำเสนอสถาปัตยกรรม FTTO ที่เข้ามาแก้โจทย์นี้โดยเฉพาะ ด้วยการให้องค์กรค่อยๆ ปรับเปลี่ยนสู่เครือข่ายใยแก้วนำแสงได้เป็นขั้นตอน ลดความซับซ้อนของการบริหารจัดการ และที่สำคัญคือ ไม่ต้องเดินสายใหม่ทุกครั้งเมื่อต้องการเพิ่มความเร็วหรือรองรับบริการใหม่ๆ ในอนาคต
ศูนย์สาธิตต้นแบบ ณ อาคารจี ทาวเวอร์ ได้พิสูจน์ผลลัพธ์จากการใช้งานจริง ซึ่งสามารถยกระดับความเร็วเครือข่ายจาก 1 Gbps ขึ้นสู่ 10 Gbps พร้อมรองรับมาตรฐาน Wi-Fi 7 และผู้ใช้งานพร้อมกันมากกว่า 1,000 คน นอกจากนี้ โซลูชัน FTTO ยังช่วยลดจำนวนห้องอุปกรณ์ไอที ลดการใช้พลังงานจากระบบปรับอากาศ และเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการผ่านระบบอัจฉริยะ ซึ่งช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เปลี่ยนแนวคิดลงทุนเครือข่าย สร้างความคุ้มค่าระยะยาว
วิลเลี่ยม จาง ประธานธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรซ์ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด อธิบายถึงแนวคิดของ FTTO ว่า โลกปัจจุบันองค์กรไม่ได้มองหาแค่เครือข่ายที่เร็วขึ้น แต่ต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมปรับตัวตามการเติบโตของ AI และ Cloud การรื้อระบบหรือเดินสายใหม่ทุกครั้งที่มีเทคโนโลยีใหม่ออกมา ย่อมสร้างต้นทุนและความซับซ้อนที่ไม่จำเป็น
โซลูชัน FTTO จึงถูกออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนผ่านองค์กรจากการลงทุนซ้ำซ้อน มาเป็นการวางรากฐานที่พร้อมรองรับเทคโนโลยีอนาคต ช่วยให้การต่อยอดระบบใหม่บนโครงสร้างเดิมเป็นเรื่องง่าย และเกิดความคุ้มค่าสูงสุดในการลงทุน
สำหรับศูนย์สาธิต G Tower FTTO All-Optical Campus Demo Site จัดทำขึ้นเพื่อให้องค์กรในไทย ทั้งกลุ่มอาคารสำนักงาน โรงแรม โรงพยาบาล สถานศึกษา โรงงานอุตสาหกรรม และอสังหาริมทรัพย์ ได้เข้ามาศึกษากรณีตัวอย่างการใช้งานจริง ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ การติดตั้ง ไปจนถึงการบริหารจัดการระบบ เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจมองเห็นแนวทางที่ชัดเจน และสามารถเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ AI-Ready Campus ได้อย่างมั่นใจและยั่งยืน
–เนทติเซนท์ผนึก Neptune Software เปิดตัว “AiBuild” โซลูชัน Low-Code สปีดการพัฒนาแอปพลิเคชัน SAP ในไทย







