สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เดินหน้าบทบาทก้าวสู่ปีที่ 16 ภายใต้แนวคิด “Co-Creation Regulator & Facilitator” วางโครงสร้างพื้นฐานความเชื่อมั่นทางดิจิทัล (Digital Trust) ให้เป็นกลไกหลักในการยกระดับเศรษฐกิจและสังคม โดยตลอดปี 2569 ได้เร่งวางระบบรากฐานสำคัญเพื่อเชื่อมโยงสู่แผนยุทธศาสตร์ “Big Move ปี 2570” มุ่งเน้นการสร้างโมเดลพัฒนาขยายผล และสร้าง Use Case ในภาคส่วนสำคัญ ผ่าน 4 ภารกิจหลัก
1. ยกระดับ Digital ID สู่การรับรองสิทธิและเอกสารดิจิทัล (VC)
ETDA ขับเคลื่อน Digital ID Framework ระยะที่ 2 เพื่อรองรับประชาชน นิติบุคคล กลุ่มเปราะบาง และชาวต่างชาติ โดยออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจบริการ Digital ID แล้ว 28 ใบอนุญาต และมีบริการ e-Service ภาครัฐเชื่อมต่อระบบแล้ว 1,797 บริการ ครอบคลุมงานบริการภาครัฐสำคัญ เช่น การเสียภาษี สิทธิรักษาพยาบาล และการย้ายทะเบียนบ้าน มียอดบัญชีผู้ใช้งานสะสม 162.63 ล้านบัญชี
ขณะเดียวกัน มีการผลักดันเอกสารรับรองดิจิทัลที่ตรวจสอบได้ (Verifiable Credentials: VC) นำร่องในเอกสาร Transcript และเชื่อมโยงบริการ Caregiver บนแอปพลิเคชันหมอพร้อมเพื่อยืนยันสิทธิการดูแลกลุ่มเปราะบาง พร้อมทดสอบระบบกับมาตรฐานสากลร่วมกับ World Bank ในเวที 15th Global Digital ID & VC Summit สำหรับก้าวต่อไปในปี 2570 จะขยายผลสู่บัตรประชาชนในรูปแบบ VC การจัดทำระบบ VC Trusted List ร่วมมือกับ DGA และกรมการปกครองผลักดันกระเป๋าเอกสารดิจิทัล (Digital Document Wallet) และเปิดระบบลงนาม Integrated Document Signing Platform (IDSP) สำหรับภาคธุรกิจ
2. ขับเคลื่อน AI Governance สู่การปฏิบัติจริงผ่านศูนย์ AIGPC
ศูนย์ AI Governance Practice Center (AIGPC) เดินหน้าผลักดันร่างกฎหมาย แนวปฏิบัติ และเครื่องมือกว่า 12 ชุด สู่ 140 หน่วยงานใน 4 ภาคส่วน ได้แก่ การศึกษา ยุติธรรม ภาครัฐ และการเงิน ผ่านหลักสูตรสำคัญ อาทิ AI Gov4Govt ครอบคลุม 20 กระทรวง พร้อมขยายองค์ความรู้แก่ผู้ใช้งานกว่า 120,000 คน และเครือข่าย Certified Trainer กว่า 89 คน
สำหรับปี 2570 AIGPC จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทดสอบนวัตกรรมผ่าน AI Governance Sandbox โฟกัสในกลุ่มการศึกษา เด็ก กลุ่มเปราะบาง และกระบวนการยุติธรรม เพื่อควบคุมประเด็นความเป็นส่วนตัว ความโปร่งใส และความปลอดภัยของโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) หลายภาษา พร้อมเชื่อมโยงความร่วมมือสากลผ่านงาน AI Governance Week 2027
3. โมเดล SMEs Growth ขยับจาก ‘พร้อมใช้’ สู่ ‘ใช้แล้วโตจริง’
จากผลสำรวจ Digital Maturity Index (DMI) ปี 2568 พบว่า SMEs ไทยมีคะแนนความพร้อมเฉลี่ย 2.45 จาก 4 คะแนน และส่วนใหญ่ยังจำกัดอยู่เพียงระดับผู้ตาม (Digital Follower) ทาง ETDA จึงกระจายโมเดล SMEs Growth สู่ 4 ภูมิภาค 16 จังหวัด นำร่องจับคู่ธุรกิจกับ Technology Provider ได้ 108 คู่ พร้อมผสานความร่วมมือกับ depa, สสว., SME D Bank และ บสย. เพื่อสนับสนุนทั้งเครื่องมือและเงินทุน พร้อมพัฒนาเครื่องมือ “SMEs Profile” ให้ผู้ประกอบการประเมินสถานะตนเองได้อย่างแม่นยำ
ในปี 2570 แผนงานจะเร่งขยายผลโมเดลนี้ใน 3 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ ภาคการค้าและค้าปลีก ภาคการผลิต และการท่องเที่ยว เพื่อวัดผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจและรายได้ที่เกิดขึ้นจริงอย่างเป็นรูปธรรม
4. กำกับแพลตฟอร์มดิจิทัล (DPS) เน้นความโปร่งใสและร่วมมือเชิงรุก
ภายใต้กฎหมาย DPS มีการนำแพลตฟอร์มเข้าสู่ระบบตรวจสอบข้อมูลแล้ว 2,133 บริการ พร้อมออกแนวปฏิบัติกำกับตามระดับความเสี่ยง ทั้งในมิติ Ride Sharing การควบคุมสินค้ามาตรฐาน และการป้องกันอาชญากรรมเทคโนโลยี โดยมีศูนย์ 1212 ETDA ทำหน้าที่เป็นเรดาร์วิเคราะห์และส่งต่อปัญหา ควบคู่กับการสร้างเครือข่าย EDC Trainer 2,387 ราย ถ่ายทอดความรู้ด้านดิจิทัลสู่ประชาชนกว่า 60,000 คน
ในปี 2570 แผนงานจะมุ่งเน้นการบังคับใช้กฎหมายกับ e-Marketplace, มาตรการป้องกันภัยไซเบอร์สำหรับผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ ฉบับที่ 2 การกำกับดูแล Content Moderation รวมถึงการทบทวนโครงสร้างค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มและค่า GP เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่ปลอดภัยและเป็นธรรม







