STT GDC ชี้องค์กรไทย 78% ค้างลูป “ผู้สร้าง” ไร้เงา “ผู้นำ” AI ก้าวข้ามจุดติดหล่มสู่ผลลัพธ์ธุรกิจจริง

STT GDC ชี้องค์กรไทย 78% ค้างลูป "ผู้สร้าง" ไร้เงา "ผู้นำ" AI ก้าวข้ามจุดติดหล่มสู่ผลลัพธ์ธุรกิจจริง

ผลสำรวจล่าสุดจาก ST Telemedia Global Data Centres (STT GDC) ร่วมกับข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เผยให้เห็นภาพรวมอุตสาหกรรมดิจิทัลของไทยที่มีศักยภาพสูง โดยคาดว่าจะมีมูลค่าแตะ 2.9 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 15% ของ GDP แต่ภาคธุรกิจกลับกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อองค์กรส่วนใหญ่ยังคง “ติดหล่ม” อยู่ตรงกลางระหว่างการทดลองใช้กับการขยายผลจริง

ผลการสำรวจองค์กรชั้นนำและกลุ่ม Digital Native 60 แห่งในประเทศไทย หัวข้อ Mind the Gap: Bridging the AI Infrastructure Readiness Divide ระบุว่า แม้ 78% ขององค์กรไทยจะก้าวผ่านขั้นตอนการทดลองมาสู่การเป็น “ผู้สร้าง” (Builder) แล้ว แต่ยังไม่มีองค์กรใดเลย (0%) ที่สามารถยกระดับขึ้นสู่การเป็น “ผู้นำ” (Leader) ด้าน AI และมีไม่ถึง 10% ที่มีความพร้อมรองรับเวิร์กโหลด AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อุปสรรคสำคัญ: งบประมาณ และ ROI ที่วัดผลยาก

ปัจจัยหลักที่ฉุดรั้งองค์กรไทยมาจากความลังเลในการลงทุน โดย 57% ของผู้นำธุรกิจระบุว่า ข้อจำกัดด้านงบประมาณและความยากในการวัดผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) เป็นอุปสรรคสำคัญที่สุด ปัจจุบันองค์กรมากถึง 76% จัดสรรงบประมาณไอทีให้ AI ไม่ถึง 5%

ขณะเดียวกัน กลุ่มธุรกิจที่นำ AI มาปรับใช้แบบ integrated เช่น กลุ่มธนาคาร บริการทางการเงิน และประกันภัย (BFSI) เริ่มเห็นผลลัพธ์ชัดเจน ทั้งการบริหารสภาพคล่องเงินสดในตู้ ATM การลดเวลาประเมินราคาที่ดินจากหลายวันเหลือเพียงไม่กี่นาที และการตรวจจับบัญชีม้าได้อย่างทันท่วงที

ธรรมาภิบาล และ โครงสร้างพื้นฐาน: สองกุญแจสำคัญ

ในด้านกฎระเบียบ องค์กรยุคใหม่เริ่มปรับมุมมองต่อ ร่างกฎหมาย AI โดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ว่าไม่ใช่ข้อจำกัด แต่เป็น “Guardrails” หรือกรอบความปลอดภัยที่ช่วยให้สร้างสรรค์นวัตกรรมได้อย่างมั่นใจ ลดความเสี่ยงเรื่อง Shadow AI โดยยังคงให้ความสำคัญกับวิจารณญาณของมนุษย์เป็นศูนย์กลางในการตัดสินใจ

ด้านโครงสร้างพื้นฐาน แม้ depa จะเร่งสร้างบุคลากรผ่านโครงการ Coding Thailand เพื่อปูทางสู่ปี 2026 แต่องค์กรส่วนใหญ่ยังขาดความพร้อมทางกายภาพ แม้ 50% ขององค์กรไทยจะลงทุนในฮาร์ดแวร์ราคาสูงอย่าง GPU แล้ว แต่มีเพียง 15% เท่านั้นที่เริ่มปรับใช้ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว (Liquid Cooling) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีจำเป็นในการรองรับการประมวลผลความหนาแน่นสูงระดับ Production Scale

3 ยุทธศาสตร์ยกระดับองค์กรไทยสู่ “ผู้นำ AI”

เพื่อก้าวข้ามจากผู้สร้างไปสู่ผู้นำ AI ภาคธุรกิจจำเป็นต้องปรับวิธีคิดผ่าน 3 แนวทางหลัก:

  1. ออกแบบระบบเพื่อการขยายผล (Design for Scale): วางโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่น โดยผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบไฮบริด ทั้ง On-premise, Colocation และ Cloud เพื่อรองรับการเติบโตและยึดหลักอธิปไตยของข้อมูล (Data Sovereignty)
  2. เลือกใช้พันธมิตรเฉพาะทาง: จับมือกับผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานที่มีเทคโนโลยี High-Density และ Liquid Cooling เพื่อเติมเต็มข้อจำกัดภายใน
  3. มุ่งเน้นผลลัพธ์ทางธุรกิจ: เปลี่ยนตัววัดผลจาก “จำนวนโครงการนำร่อง” ไปสู่การสร้างมูลค่าทางธุรกิจที่วัดผลได้จริงอย่างยั่งยืน

โดย บุศรินทร์ ประดิษฐยนต์ Country Head, บริษัท เอสที เทเลมีเดีย โกลบอล ดาต้าเซ็นเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

ดาวน์โหลดรายงานการประเมินความพร้อมโครงสร้างพื้นฐาน AI ในภูมิภาคเอเชียฉบับเต็มได้ที่: Read the report

บีบไฟล์ PDF อย่างไรไม่ให้ภาพแตกและตัวหนังสือไม่ชัด