CKPower เผยผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 ทำกำไรสุทธิ 326 ล้านบาท แม้รายได้จากโรงไฟฟ้าบางปะอินและน้ำงึม 2 จะลดลงตามปัจจัยฤดูกาลและต้นทุนเชื้อเพลิง แต่ได้ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้า ‘ไซยะบุรี’ พุ่งแรง 134% ช่วยพยุงภาพรวม พร้อมกางแผนรับมือเอลนีโญช่วงครึ่งปีหลัง และเร่งเครื่องโครงการหลวงพระบางตามเป้า
นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (CKP) เปิดเผยผลการดำเนินงานงวดครึ่งปีแรกของปี 2569 โดยบริษัทฯ มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานรวม 326 ล้านบาท ลดลง 22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ผลงานเฉพาะไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิ 210 ล้านบาท ลดลง 40%
ส่วนแบ่งกำไร ‘ไซยะบุรี’ ปัจจัยบวกสำคัญ
แม้รายได้จากการขายไฟฟ้าของ บริษัท บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น จำกัด (BIC) และบริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด (NN2) จะปรับตัวลดลงจากปริมาณการขายที่น้อยลงและต้นทุนเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มขึ้น แต่ CKPower ยังได้รับปัจจัยหนุนที่แข็งแกร่งจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี (XPCL) โดยในครึ่งปีแรก XPCL สร้างส่วนแบ่งกำไรให้บริษัทถึง 517 ล้านบาท เติบโตแบบก้าวกระโดด 134% ซึ่งเป็นผลจากปริมาณน้ำไหลผ่านที่เพิ่มขึ้นถึง 15% และการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินผ่านการชำระคืนเงินกู้ต่อเนื่อง
รับมือ ‘เอลนีโญ’ และความคืบหน้าโครงการใหม่
สำหรับแนวโน้มครึ่งปีหลัง บริษัทฯ เตรียมพร้อมรับมือปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น โดยนำระบบติดตามและคาดการณ์ปริมาณน้ำ (Hydrometeorological Monitoring and Forecasting System) มาใช้เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการวางแผนผลิตไฟฟ้า
ด้านความคืบหน้าโครงการใหม่:
- โครงการหลวงพระบาง: ก่อสร้างคืบหน้าแล้ว 77% เป็นไปตามแผนงาน
- โครงการบางเขนชัย (BKC): เริ่มก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 6 เมกะวัตต์ (FiT) คาดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ในปี 2570
ฐานะการเงินแกร่ง–มุ่งเป้า Net Zero 2050
CKPower ยังคงรักษาความแข็งแกร่งทางการเงิน โดยมีอัตราส่วนสภาพคล่องสูงถึง 2.49 เท่า และมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นต่ำเพียง 0.52 เท่า สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารสภาพคล่องในระดับสูง
“ท่ามกลางความผันผวนด้านพลังงาน CKPower ยังคงยึดมั่นในการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน เพื่อเป็นฟันเฟืองสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593” นายธนวัฒน์ กล่าวสรุป







