ABB ชี้ทางรอดอุตสาหกรรมไทย เร่งยกระดับระบบอัตโนมัติเดิมควบคู่ขยายพลังงาน รับคลื่นลงทุน Data Center

ABB ชี้ทางรอดอุตสาหกรรมไทย เร่งยกระดับระบบอัตโนมัติเดิมควบคู่ขยายพลังงาน รับคลื่นลงทุน Data Center

การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะ ดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง กำลังผลักดันให้ความต้องการใช้พลังงานของประเทศไทยพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนในปี 2568 ที่ทำสถิติสูงสุดถึง 1.88 ล้านล้านบาท อย่างไรก็ตาม การมุ่งเน้นเพียงการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่หรือขยายโครงสร้างพื้นฐานใหม่อาจไม่เพียงพอต่อการรักษาขีดความสามารถการแข่งขันในระยะยาว

กลุ่มธุรกิจ Energy Industries ของ เอบีบี (ABB) ร่วมกับ Verdantix เผยผลการศึกษาเจาะลึกเกี่ยวกับการขยายตัวและการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน (Energy Expansion and Transformation) โดยเน้นย้ำว่า ภาคอุตสาหกรรมจำเป็นต้องเดินหน้า 2 ยุทธศาสตร์สำคัญไปพร้อมกันอย่างสอดคล้อง นั่นคือ “การขยายกำลังการผลิตพลังงานใหม่” ควบคู่กับ “การยกระดับประสิทธิภาพของระบบอัตโนมัติสำหรับกระบวนการผลิต (Process Automation) เดิม”

แอนเดอร์ มัลทีเซ็น ประธานฝ่ายอุตสาหกรรมพลังงานของเอบีบี ประจำภูมิภาคเอเชีย ชี้ว่า เทคโนโลยี AI โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และการผลิตขั้นสูงเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบความต้องการพลังงานอย่างสิ้นเชิง การเพิ่มความยืดหยุ่นและเสถียรภาพของระบบพลังงานไทยในทศวรรษต่อไปจึงต้องขับเคลื่อนทั้งการขยายระบบและการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเดิมให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

รายงานวิจัยระบุว่า 79% ของผู้ตอบแบบสำรวจภาคพาณิชย์และอุตสาหกรรมมองว่า การเพิ่มประสิทธิภาพระบบอัตโนมัติสำหรับกระบวนการผลิตที่มีอยู่เดิม เป็นแนวทางที่จะส่งผลต่อการลดการปล่อยคาร์บอนจากการดำเนินงานได้มากที่สุดในช่วง 5 ปีข้างหน้า ซึ่งสะท้อนว่าการดึงศักยภาพสูงสุดจากสินทรัพย์เดิมสามารถช่วยประหยัดพลังงาน ลดมลพิษ และเพิ่มเสถียรภาพได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้โครงการใหม่ก่อสร้างแล้วเสร็จ

พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ถือเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจน โดยกระทรวงพลังงานได้อนุมัติการลงทุนเร่งด่วนเพื่อเพิ่มจุดจ่ายไฟและหม้อแปลงรวมกว่า 1,150 เมกะวัตต์ รองรับการขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์ ขณะเดียวกัน การปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้าเดิมใน 3 พื้นที่ภาคตะวันออกยังสามารถเพิ่มกำลังการจ่ายไฟได้ถึง 550 เมกะวัตต์ แสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมจากการอัปเกรดระบบเดิมระหว่างรอการพัฒนาโครงการใหม่และแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่

เพื่อช่วยภาคอุตสาหกรรมปรับตัว ABB ได้นำเสนอแนวทาง “Automation Extended” ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัล การวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง และ AI เข้ามาผสานการทำงานร่วมกับระบบควบคุมเดิมได้โดยตรงโดยไม่รบกวนกระบวนการผลิตหลัก ช่วยให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างราบรื่นและควบคุมการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในประเทศไทย ABB ได้นำโซลูชันดังกล่าวไปปรับใช้จริงแล้วในองค์กรชั้นนำ อาทิ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC ซึ่งการนำซอฟต์แวร์ของเอบีบีมาช่วยควบคุมกระบวนการผลิตไอน้ำและไฟฟ้า สามารถลดความผันผวนของแรงดันลงได้สูงสุดถึง 50% รวมถึง กลุ่มมิตรผล (Mitr Phol Group) ที่นำระบบควบคุมอัตโนมัติและเทคโนโลยีดิจิทัลของเอบีบีไปประยุกต์ใช้ในโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลแห่งใหม่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการดำเนินงานในสภาพแวดล้อมที่ใช้พลังงานเข้มข้น

การขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่างดาต้าเซ็นเตอร์ต้องการการบูรณาการที่ไร้รอยต่อระหว่างระบบไฟฟ้า น้ำ ระบบดิจิทัล และความปลอดภัยทางไซเบอร์ การยกระดับระบบอัตโนมัติเดิมควบคู่กับการพัฒนาพลังงานใหม่จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืนและมีเสถียรภาพสูงสุด

กฟผ. ยกทัพ 8 นวัตกรรมพลังงานไฟฟ้าล้ำสมัย ชวนเยาวชนเปิดโลกวิทย์ในงานมหกรรมวิทย์ฯ 69 ถึง 23 ส.ค. นี้