สกมช. ควงคู่ สคส. ปักหมุด ‘Digital Trust’ ผสานไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลเป็นหนึ่งเดียว บนเวที Secure Together Forum 2026

สกมช. ควงคู่ สคส. ปักหมุด ‘Digital Trust’ ผสานไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลเป็นหนึ่งเดียว บนเวที Secure Together Forum 2026

ในยุคที่การถูกโจมตีทางไซเบอร์ไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงแค่ระบบหยุดชะงัก แต่ลุกลามสร้างความเสียหายต่อข้อมูลส่วนบุคคล การให้บริการ และความเชื่อมั่นของประชาชน สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช. หรือ NCSA) จึงได้จับมือร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส. หรือ PDPC) จัดงาน “NCSA & PDPC : Secure Together Forum 2026” ขึ้นเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น พลัส แวนด้า แกรนด์ แจ้งวัฒนะ โดยมุ่งส่งเสริมแนวคิดการบริหารองค์กรยุคใหม่ว่า ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Privacy) ต้องหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน เพื่อสร้างรากฐานความเชื่อมั่นในโลกดิจิทัลอย่างแท้จริง

พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการ สกมช. เปิดเผยว่า ความมั่นคงปลอดภัยยุคใหม่จำเป็นต้องขับเคลื่อนทั้งมิติ Cybersecurity และ Data Protection ไปพร้อมกัน ภัยคุกคามทางไซเบอร์ส่งผลโดยตรงต่อความมั่นคงของระบบ ความต่อเนื่องของบริการ ตลอดจนความลับและความพร้อมใช้งานของข้อมูลส่วนบุคคล การบริหารความเสี่ยงจึงต้องมองทั้งสองมิติอย่างบูรณาการ พร้อมปรับเปลี่ยนทัศนคติขององค์กร จากเดิมที่เคยมองว่าเรื่องไซเบอร์เป็นหน้าที่ของฝ่ายไอที และข้อมูลส่วนบุคคลเป็นเรื่องของฝ่ายกฎหมาย ให้กลายมาเป็นวาระสำคัญของการบริหารความเสี่ยงระดับองค์กร (Enterprise Risk Management) และการกำกับดูแลองค์กร (Corporate Governance) ที่ผู้บริหารระดับสูงต้องมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทาง

เวทีเสวนา “Cyber–Privacy Nexus : ผ่าทางตัน…เมื่อความมั่นคงต้องมาพร้อมสิทธิส่วนบุคคล” เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ โดยมี พลอากาศตรี อมร ชมเชย ร่วมกับ พันตำรวจเอก ณัทกฤช พรหมจันทร์ รองเลขาธิการ สคส. และ น้าเน็ค – Nanake555 ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองจากฝั่งประชาชน เพื่อย่อยประเด็นที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่าย โดยชี้ให้เห็นถึงความท้าทายรอบด้าน ตั้งแต่การบริหารจัดการข้อมูลตลอดวงจรชีวิต การเตรียมแผนรับมือเมื่อเกิดเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลหรือภัยคุกคาม ไปจนถึงการรับมือกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งบีบให้ผู้บริหารต้องมองทั้ง AI Governance, Cyber Risk และ Data Governance เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้ ยังมีการสะท้อนบทเรียนสำคัญจากการลงพื้นที่ตรวจสอบและประเมินความพร้อมของ 86 หน่วยงานเป้าหมาย ตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2567–2569) ซึ่งพบว่าหลายแห่งมีความพร้อมด้านนโยบายและโครงสร้างกำกับดูแลแล้ว แต่โจทย์สำคัญที่แท้จริงคือการเปลี่ยน “มาตรการบนกระดาษ” ให้เกิดการปฏิบัติได้จริง สม่ำเสมอ และตรวจสอบได้ โดยจุดที่ต้องเร่งยกระดับ ได้แก่ การบริหารความเสี่ยง การควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล การเก็บหลักฐาน การตรวจสอบผู้ให้บริการภายนอก รวมไปถึงการซักซ้อมแผนรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างต่อเนื่อง

ความร่วมมือระหว่าง สกมช. และ สคส. ในครั้งนี้ จึงไม่ได้มุ่งหวังเพียงให้องค์กรปฏิบัติเพื่อผ่านเกณฑ์มาตรฐานเท่านั้น แต่ต้องการวางรากฐานระบบนิเวศดิจิทัลที่เติบโตอย่างมั่นคงและปลอดภัย ควบคู่ไปกับการเคารพสิทธิของประชาชน ภายใต้หลักการที่ว่า Security คือผู้สร้างความปลอดภัย Privacy คือผู้สร้างความไว้วางใจ และทั้งสองสิ่งต้องเดินหน้าไปด้วยกันเสมอ

เจาะลึกมิติความปลอดภัย AI ยุคใหม่ ทำไมสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์และ Open Source คือกุญแจสำคัญมากกว่าแค่ตัวโมเดล