AMD ประกาศเปิดตัวซอฟต์แวร์สแต็ก AMD ROCm 10 อย่างเป็นทางการ ในโอกาสครบรอบ 10 ปีของการพัฒนาชุดซอฟต์แวร์ พร้อมเปิดให้ใช้งาน ROCm.AI ในรูปแบบ General Availability (GA) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการพัฒนาที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังปัญญาประดิษฐ์แบบ AI-native ออกแบบมาเพื่อเร่งความเร็วในการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานบนแพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์ของ AMD โดยเฉพาะ
ROCm.AI ชูจุดเด่นด้วย 3 องค์ประกอบหลักสำหรับนักพัฒนา ได้แก่ AMD ROCm Hyperloom, AMD Skills และ ROCm CLI โดยทำงานร่วมกันเพื่อผสานระบบอัตโนมัติแบบ Agentic Workflows เข้ากับเครื่องมือที่นักพัฒนาใช้งานอยู่แล้ว จากผลการทดสอบประสิทธิภาพพบว่า ระบบที่ปรับแต่งด้วย ROCm.AI สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผล Inference ได้เฉลี่ยสูงถึง 3.3 เท่า และเพิ่มประสิทธิภาพงาน Training เฉลี่ย 2.4 เท่า เมื่อเทียบกับ ROCm 7 บนสถาปัตยกรรมฮาร์ดแวร์เดียวกัน ผ่านการจัดการ Memory, Scheduling และ Kernel เชิงลึก
สำหรับระบบ autonomous agentic อย่าง AMD ROCm Hyperloom มีหน้าที่เพิ่มประสิทธิภาพงาน Inference แบบครบวงจร ทั้งในส่วนของ Host Code และ GPU Kernels ตั้งแต่การวิเคราะห์เวิร์กโหลด การค้นหาคอขวด นำเสนอแนวทางแก้ไข ทำการทดสอบ ไปจนถึงตรวจสอบความถูกต้องของประสิทธิภาพ โดยในเวอร์ชัน ROCm 10 ได้ขยายการรองรับบน GPU ตระกูล AMD Instinct รวมถึงเฟรมเวิร์ก vLLM, SGLang, HIP, Triton และ FlyDSL พร้อมระบบรายงานข้อมูลการวัดผลที่ชัดเจน
ด้าน AMD Skills ได้นำองค์ความรู้เฉพาะทางของ AMD มาผสานเข้ากับ AI Coding Assistants ชั้นนำ อาทิ Claude Code, Cursor และ Codex ช่วยให้นักพัฒนาได้รับคำแนะนำการเขียนโค้ดที่ผ่านการทดสอบโครงสร้างและพฤติกรรมมาแล้ว ครอบคลุมทั้งเวิร์กโหลดระดับ Client สำหรับ AI ท้องถิ่น, เวิร์กโหลด Cross-stack สำหรับการวินิจฉัยและวิเคราะห์ปัญหา ตลอดจนเวิร์กโหลดระดับ Server สำหรับ AMD Instinct GPU และซีพียู AMD EPYC
นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับ ROCm CLI ในสถานะ Technology Preview ซึ่งเป็นอินเทอร์เฟซคำสั่งเดี่ยวที่รองรับทั้งบน Windows และ Linux โดยไม่ต้องติดตั้ง ROCm ไว้ล่วงหน้า ช่วยอำนวยความสะดวกในการจัดการสภาพแวดล้อมรันไทม์ การควบคุมโมเดล และการตั้งค่าในระบบ CI พร้อมทั้งรวม ROCm Console สำหรับมอนิเตอร์สถานะระบบ การทำงานของ GPU, ปริมาณการใช้ High Bandwidth Memory (HBM), พลังงาน และสถิติ Tokens per Watt แบบเรียลไทม์ โดย ROCm 10 ยังปรับปรุง ROCm Core SDK ให้มีความเป็นโมดูลาร์มากขึ้น พร้อมอัปเกรด Libraries, Compilers และการรองรับโมเดลต่าง ๆ อย่างครบวงจร






