ลืมการเที่ยวแบบเดิมๆ ที่ต้องวิ่งตามตารางรถไฟไปได้เลย เพราะนาทีนี้สายลุยทั่วโลกขอจับพวงมาลัยลุยเดี่ยวกันแล้ว เมื่อ Trip.com เผยสถิติสุดว้าว ชี้ว่ายอดจองรถเช่าขับเองทั่วโลกกระฉูดขึ้นถึง 81% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สะท้อนว่านักเดินทางยุคใหม่เทใจให้ทริปอิสระ ขับลุยไปยังจุดเช็กอินลับๆ นอกเส้นทางที่รถสาธารณะไปไม่ถึง โดยมีนักเดินทางจากฝั่งเอเชียแปซิฟิกเป็นหัวหอกตัวจริงที่ดันตัวเลขนี้ให้พุ่งทะยาน
ฝั่งเมืองไทยเราก็ฮอตไม่แพ้ใคร เพราะขึ้นแท่นเป็นทั้งจุดหมายปลายทางขวัญใจนักท่องเที่ยว และเป็นตัวท็อปเรื่องการบินไปเช่ารถขับนอกบ้าน โดยยอดจองรถเช่าเพื่อเที่ยวในไทยเติบโตสวยๆ ถึง 59% ขณะที่คนไทยขาซิ่งที่บินไปโรดทริปต่างแดนพุ่งกระฉูดถึง 78% นับเป็นหนึ่งในตลาดขาออกที่โตเร็วที่สุดในภูมิภาคนี้ และเมื่อพูดถึงชื่อแบรนด์ในใจ Trip.com กวาดคะแนนการรับรู้แบรนด์จากคนไทยไปเกิน 60% ทั้งในกลุ่มคนที่เคยเช่าจริงและคนที่กำลังเล็งจะเช่า โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ยกให้เป็นชอยส์อันดับหนึ่ง
เจาะอินไซต์สิงห์นักขับชาวไทย พบว่ากว่า 70% เป็นสายเก๋าประสบการณ์ มีใบขับขี่และชั่วโมงบินอยู่หลังพวงมาลัยเกิน 5 ปีขึ้นไป แถมหลายคนยังเช่ารถเที่ยวปีละหลายรอบ ถ้าเป็นทริปในประเทศมักจะจองกันแบบกะทันหันก่อนเดินทางแค่สัปดาห์เดียว แต่ถ้าเป็นทริปโกอินเตอร์ โดยเฉพาะยอดฮิตอย่างญี่ปุ่น คนไทยจะวางแผนล่วงหน้านานถึง 1-3 เดือน สะท้อนความเป๊ะและใส่ใจในทริปทางไกล ส่วนสเปกที่คนไทยมองหาก็ชัดเจน เน้นสภาพรถต้องกริบ จุดรับ-คืนรถต้องเดินทางง่าย ประกันภัยต้องครอบคลุม และถ้ามีโปรโมชั่นลดราคากับเงื่อนไขใจดีอย่างไม่ต้องเติมน้ำมันคืนเต็มถัง อันนี้กดจองทันทีแบบไม่ต้องคิดเยอะ
สำหรับปลายทางยอดฮิตระดับโลก ญี่ปุ่น ยังคงยืนหนึ่งไร้คู่แข่งด้วยยอดจองโตแรง 119% ตามมาด้วย ไทย (โต 59%) สหรัฐฯ (โต 54%) เกาหลีใต้ (โต 148%) และออสเตรเลีย (โต 74%)
หากซูมดูรายเมือง ฝั่งญี่ปุ่นจัดเต็มทั้งโตเกียว (โต 156%) ซัปโปโร (โต 129%) ฟุกุโอกะ (โต 88%) และโอกินาว่า (โต 87%) รวมถึงเกาะเชจูของเกาหลีใต้ที่โตถึง 148% เพราะเสน่ห์การขับรถคือการได้ชมวิวแบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็นถนนโล่งกว้างสุดสายตาในฮอกไกโด ทางเลียบเกาะในโอกินาว่าและคิวชู หรือวิวฟินๆ รอบภูเขาไฟฟูจิ ส่วนในไทย เส้นทางสายภูเขาภาคเหนืออย่างเชียงใหม่ก็ยืนหนึ่ง มีการแชร์รูทขับรถเที่ยวและทริกลุยๆ บนคอมมูนิตี้ Trip.Moments กันคึกคัก
ขยับไปฝั่งยุโรป เทรนด์นี้ก็กำลังจุดติดอย่างแรง โดยเฉพาะอิตาลี สเปน และเยอรมนี ที่ยอดจองโต 88%, 80% และ 75% ตามลำดับ กระแสคอนเทนต์โรดทริปบน Trip.Moments พุ่งทะยานจนฉุดไม่อยู่ สเปนโตแรงถึง 662% สหราชอาณาจักรโต 371% และอิตาลีโต 211% สายเที่ยวต่างพากันแชร์ภาพการขับรถเลียบชายฝั่งสเปน แวะชิมไวน์ แช่น้ำพุร้อนกลางชนบททัสคานี หรือชมหมู่บ้านโบราณอันเงียบสงบในชนบทของอังกฤษ
แรงขับเคลื่อนหลักของเทรนด์นี้มาจากนักเดินทางสายเอเชียแปซิฟิกที่ชอบจัดทริปยาวข้ามหลายเมือง โดยตลาดต้นทางที่โตแรงแซงโค้งนำโดย ไต้หวัน (โต 139%) ญี่ปุ่น (โต 113%) เกาหลีใต้ (โต 85%) ไทย (โต 78%) และฮ่องกง (โต 62%) นอกจากนี้ ทริปขับรถข้ามพรมแดนหลายประเทศก็กำลังฮิต เช่น เส้นทางสิงคโปร์-มาเลเซีย ที่แวะทั้งมะละกาและเกาะลังกาวี รวมถึงรูทไทย-มาเลเซีย ก็กำลังเป็นกระแสที่คนสนใจทั่วอาเซียน
ด้านพาหนะคู่ใจ สายลุยยังคงเน้นความคุ้มค่าและใช้งานได้จริง โดยรถเก๋งนำโด่งด้วยสัดส่วน 52% ตามด้วย SUV 29% และรถตู้ 17% แน่นอนว่า 95% ต้องเป็นเกียร์อัตโนมัติเท่านั้น และคนส่วนใหญ่เลือกจ่ายเงินออนไลน์ล่วงหน้าเพื่อความสะดวก โดยกลุ่มอายุ 25-44 ปีคือกลุ่มหลัก และครอบครัวที่มีเด็กเล็กครองสัดส่วนมากกว่าครึ่งของยอดจองทริปครอบครัว จนคอนเทนต์โรดทริปครอบครัวโตขึ้น 309% รวมถึงเทรนด์เที่ยวกับสัตว์เลี้ยงสี่ขา (โต 209%) และเทรนด์เช่ารถบ้าน RV หรือแคมป์ปิ้งคาร์ (โต 220%) ที่กำลังมาแรงสุดๆ
สิ่งที่น่าสนใจคือนักเดินทางยุคนี้วางแผนรัดกุมขึ้น โดยจองรถล่วงหน้านานขึ้นเฉลี่ย 1 สัปดาห์ และยอดซื้อประกันภัยพุ่งขึ้นถึง 131% การันตีความอุ่นใจเมื่อต้องขับบนถนนที่ไม่คุ้นเคย ยิ่งไปกว่านั้น ทริปขับรถยังกลายเป็นเรื่องเล่าสุดโปรดในโซเชียล โดยคอนเทนต์แบบวิดีโอบน Trip.Moments ได้รับเอนเกจเมนต์มากกว่าภาพนิ่งถึง 3 เท่า โดยเฉพาะเส้นทางธรรมชาติสุดอลังการอย่าง ไฮเวย์ 1 แคลิฟอร์เนีย และหุบเขาแคนยอนในสหรัฐฯ ตอกย้ำชัดเจนว่า ทริปขับรถเที่ยวเองวันนี้ ไม่ใช่แค่การมุ่งไปให้ถึงจุดหมาย แต่คือการเก็บเกี่ยวความสุข ความทรงจำ และความฟินที่มีอยู่ตลอดสองข้างทาง







