การเข้าถึงการรักษาพยาบาลขั้นวิกฤตกำลังก้าวข้ามข้อจำกัดด้านภูมิศาสตร์ครั้งสำคัญ บริษัท สยาม ซีเพลน จำกัด (Siam Seaplane) ผู้นำบริการเครื่องบินเช่าเหมาลำส่วนตัวและเครื่องบินทะเลระดับพรีเมียมในไทย ได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือกับ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ปักหมุดเป็นพันธมิตรหลักดำเนินภารกิจบริการลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินทางการแพทย์ทางอากาศ (Medevac) เพื่อเชื่อมต่อพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศเข้าสู่โรงพยาบาลชั้นนำอย่างไร้รอยต่อ
ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งแก้ปัญหาข้อจำกัดด้านเวลา โดยเฉพาะกรณีที่การเดินทางทางบกใช้เวลานานเกินไปและไม่มีเที่ยวบินพาณิชย์รองรับ สยามซีเพลนจะใช้เครือข่ายเชื่อมต่อทั้งท่าอากาศยานหลักและสนามบินรองระดับภูมิภาค ช่วยลดระยะเวลาเคลื่อนย้ายผู้ป่วยวิกฤตได้อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมทั้งเตรียมต่อยอดสู่เที่ยวบินระหว่างประเทศ และการเปิดให้บริการด้วยเครื่องบินทะเล (Seaplane) อย่างเต็มรูปแบบในปี 2570
ดร.พิเชษฐ์ หนองช้าง เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ระบุว่า ความร่วมมือนี้เป็นการสร้างหลักประกันให้ประชาชนเข้าถึงระบบการแพทย์ฉุกเฉินที่ได้มาตรฐานและทันท่วงทีในทุกพื้นที่ การผสานศักยภาพด้านอากาศยานของสยามซีเพลนเข้ากับความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ สพฉ. ทำให้สามารถนำส่งผู้ป่วยจากพื้นที่ห่างไกลไปยังสถานพยาบาลชั้นนำได้โดยตรง ทั้งยังเป็นการดึงศักยภาพภาคเอกชนเข้ามาเสริมความพร้อมเพื่อรับมือเหตุฉุกเฉินทั่วประเทศอย่างเป็นระบบ
ด้าน ดร.วรกัญญา สิริพิเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามซีเพลน จำกัด ชี้ว่า ความคล่องตัวของฝูงบินสยามซีเพลนจะช่วยอุดช่องว่างในจุดที่สายการบินพาณิชย์และรถพยาบาลเข้าถึงได้ยาก การเชื่อมสนามบินภูมิภาคเข้ากับศูนย์กลางการแพทย์ในเมืองใหญ่จะช่วยยกระดับความปลอดภัยให้ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยถือเป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านการแพทย์ฉุกเฉินที่จะขยายขีดความสามารถต่อไปในอนาคต
ภารกิจกู้ชีพทางอากาศนี้มีกำหนดเริ่มบินให้บริการอย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายน 2569 โดยใช้เครื่องบินรุ่น เซสนา แกรนด์ คาราวาน ซี208บี อีเอ็กซ์ (Cessna Grand Caravan C208B EX) รองรับผู้โดยสารที่ต้องการความดูแลทางการแพทย์เป็นพิเศษ (Special Condition Passengers – SPCs)
ตัวเครื่องบินได้รับการออกแบบให้มีประตูห้องสัมภาระขนาดใหญ่ ทำให้ลำเลียงผู้ป่วยบนเปลหามเข้า-ออกได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง สามารถติดตั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์ช่วยชีวิต พร้อมให้ทีมแพทย์ที่ผ่านการฝึกอบรมจาก สพฉ. ปฏิบัติงานบนเครื่องได้อย่างสะดวก นอกจากนี้ โครงสร้างห้องโดยสารที่เป็นแบบไม่มีการปรับความดันอากาศ ยังตอบโจทย์สำคัญในการลำเลียงผู้ป่วยอุบัติเหตุจากการดำน้ำ ซึ่งมีข้อจำกัดห้ามเดินทางด้วยห้องโดยสารปรับความดัน โดยบริการระยะแรกจะเน้นการบินเชื่อมระหว่างสนามบิน ก่อนจะขยายสู่การขึ้นลงเหนือน้ำในปี 2570



